ลุ้น SFLEX เทรดวันแรกยืนเหนือจอง 3.88 บ. โบรกฯการันตีพื้นฐานดีผลงานปี 63 โต!

ลุ้น SFLEX เทรดวันแรกยืนเหนือจอง 3.88 บ. โบรกฯการันตีพื้นฐานดีผลงานปี 63 โต!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (19 ธ.ค.) หลักทรัพย์บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (Made to Order) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เป็นวันแรก โดยมี บล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ทั้งนี้ SFLEX ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 110 ล้านหุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้ 1 บาทต่อหุ้น ในราคา 3.88 บาท/หุ้น โดยจะเสนอขายให้แก่ประชาชนจำนวน 99 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.15% และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 11 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.68% ซึ่งหุ้นทั้งสองส่วนจะเสนอขายในราคาเดียวกัน

โดย นายสมภพ  กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX  เปิดเผยถึง SFLEX หุ้นใหม่ล่าสุดที่จะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  (SET)  หมวดบรรจุภัณฑ์  ในวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้วยปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เป็นหุ้นบรรจุภัณฑ์ที่มีโอกาสการเติบโตสูงจากลูกค้าหลักของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศ

ด้วยราคาไอพีโอที่หุ้นละ 3.88 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสอดคล้องกับสภาวะของตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบัน โดยบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 8 แห่ง ที่ร่วมเสนอขาย ได้ประเมินช่วงราคาเหมาะสมปี 2563 ไว้ที่ 5.40 บาท ถึง 6.48 บาท ยิ่งทำให้หุ้น SFLEX มีความน่าสนใจ และสะท้อนความเชื่อมั่นในตัวธุรกิจของ SFLEX ได้เป็นอย่างดี

ด้าน นายปรินทร์ธรณ์  อภิธนาศรีวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร SFLEX  เปิดเผยว่า เชื่อมั่นว่าหุ้น SFLEX  ที่มีกำหนดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 19 ธ.ค.2562 จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนได้อย่างสง่างาม เนื่องจากบริษัทฯ มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนานกว่า 32  ปี ทำให้มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและ Supplier ที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

สำหรับการระดมทุนครั้งนี้จะยิ่งทำให้ SFLEX แข็งแกร่ง พร้อมรับปัจจัยบวกจากภาวะอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนในประเทศไทยมีปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายผ่านช่องทางการค้าปลีกเติบโตขึ้น จากพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จึงสนับสนุนให้ปริมาณการจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนทั้งในส่วนของสินค้าอุปโภคและสินค้าบริโภค ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต จากลูกค้ากลุ่มหลักซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำขยายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ รวมไปถึงการขยายตลาดเพิ่มเติม สนับสนุนแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศ CLMV ได้เป็นอย่างดี

มั่นใจหุ้น SFLEX จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน และสามารถยืนเหนือราคาจองได้ ผมเชื่อมั่นในพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ที่เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน โดยการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ เป็นผู้นำในธุรกิจ Flexible Packaging ในกลุ่มประเทศ CLMV และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตามเป้าหมายที่บริษัทฯ มุ่งหวังไว้ และจะไม่ทำให้นักลงทุนทุกท่านผิดหวัง” นายปรินทร์ธรณ์ กล่าว

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ 8 แห่ง ที่ร่วมจัดจำหน่ายหุ้น SFLEX ได้ประเมินราคาเป้าหมายปี 2563 ของ SFLEX มีช่วงราคาอยู่ที่ 5.40 – 6.48 บาทต่อหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจและโอกาสการเติบโต ระบุเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภครายใหญ่ของประเทศไทย

ส่วนจุดแข็ง คือ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจ ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนลูกค้า ความรวดเร็วในการส่งมอบงาน จึงสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในระดับสากล และสามารถครองใจลูกค้ามายาวนาน เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวได้

โดยนักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส  ระบุในบทวิเคราะห์ว่า SFLEX เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภค ได้รับการยอมรับจากลูกค้าชั้นนำในกลุ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคในไทยทั้งด้านคุณภาพ ความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้คาดกำไรปีนี้ 74 ล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบจากปีก่อนจากการชะลอของเศรษฐกิจ และลูกค้ารายใหญ่บางรายปรับการสั่งซื้อที่เป็นสินค้าใหม่ซึ่งเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และคาดกำไรปี 2563 เทิร์นอะราวด์ โดยเติบโต 98% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากทั้งตลาด Non-Food ที่มั่นคงและขยายตลาดไปยัง Food packaging ซึ่งมีขนาดตลาดใหญ่กว่า และคาดกำไรปี 2564- 2567 โตเฉลี่ย 10% ต่อปี ประเมินราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 6.48 บาทต่อหุ้น (DCF) (บล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น IPO ของ SFLEX)