หุ้นท่องเที่ยว จาก ‘ไฮ’ สู่ ‘โลว์’.!?

ปกติช่วงปลายปีไตรมาส 4 ต่อเนื่องมาต้นปีไตรมาสแรกของทุกปี จะเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีก็คาดหวังจะได้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำนักข่าวรัชดา

ปกติช่วงปลายปีไตรมาส 4 ต่อเนื่องมาต้นปีไตรมาสแรกของทุกปี จะเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีก็คาดหวังจะได้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แทนที่ธุรกิจการท่องเที่ยวจะดี กลับมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนในกลุ่มคนจีนซะงั้น…

แถมล่าสุดยังเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น และเริ่มแพร่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ

ที่เลวร้ายมีรายงานว่า เชื้อมรณะดังกล่าวสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คน ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด เพราะเกรงจะซ้ำรอยการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ที่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกชะงักไปชั่วขณะ

กลายเป็นปัจจัยลบกดดันหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

เริ่มตั้งแต่ประตูหน้าบ้าน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งเป็นด่านแรกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก…กรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งต้องมีการตรวจเข้ม อาจทำให้นักท่องเที่ยวหายไป ผู้ใช้บริการสนามบินลดลง…นั่นหมายถึงรายได้และกำไร AOT ก็จะปลิวหายตามไปด้วย

ในแง่สายการบิน โดยเฉพาะสายการบินที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก อย่างบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV, บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จะกระทบหนัก จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หายไปอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA แม้ไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก แต่ในภาพรวมนักท่องเที่ยวจะลดลง ทำให้ได้รับผลกระทบไปด้วย

ขณะที่กลุ่มโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป

เรียกว่าแทนที่จะลืมตาอ้าปากได้ อาจต้องปิดหูปิดตาแทน…

นี่คือที่มาที่นักลงทุนพากันเทหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ราคาจึงรูดหนักสองวันติด

โจทย์สำคัญ ต้องจับตาว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร และการแพร่ระบาดของโรคจะมีขอบเขตจำกัดหรือไม่..?

ทุกคำตอบจะเป็นตัวชี้วัดว่า กลุ่มท่องเที่ยวจะกลับมาได้มั้ย..?

หากควบคุมได้ก็จะกระทบสั้น ๆ แต่ถ้าตรงกันข้าม คงเห็นปรากฏการณ์ราคาหุ้นทรุดต่อเนื่อง…

น่าเสียดายแทนที่จะเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ แต่กลับกลายเป็นโลว์ซีซั่นซะงั้น. พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกหุ้นท่องเที่ยวจริง ๆ

สงสัยต้องไปนิมนต์พระเกจิชื่อดังมาช่วยประพรมน้ำมนต์แล้วล่ะ…เผื่อจะช่วยให้มีเรื่องดี ๆ เข้ามาบ้าง…

…อิ อิ อิ…