กองทุนเบี้ยล่างทุนใหญ่

*ดูเหมือนสตอรี่เกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยจะหดหายลงไปเรื่อย ๆ ทำให้การขยับตัวขึ้นของหุ้นแต่ละตัวเต็มไปด้วยความยากลำบาก พร้อมกับมีการตั้งคำถามในเชิงเปรียบเทียบว่า หากผ่านพ้นช่วงประกาศงบการเงินไปแล้ว นักเล่นจะเอาข่าวไหนมาบิลต์อารมณ์เพื่อเคาะขวารัว ๆ “โมนิก้า” ตอบได้ทันทีว่า คงต้องเอาเรื่องเศรษฐกิจเป็นธงนำในการเล่น เพราะเป็นเรื่องเดียวที่พอจะทำให้นักเล่นคำนวณการสะพัดของเม็ดเงินเป็นไปตามที่เฮีย “สมคิด” ทำการฝอยไว้เยอะหรือเปล่า?..มันเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นระทึกจริง ๆ นะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ดูเหมือนสตอรี่เกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยจะหดหายลงไปเรื่อย ๆ ทำให้การขยับตัวขึ้นของหุ้นแต่ละตัวเต็มไปด้วยความยากลำบาก พร้อมกับมีการตั้งคำถามในเชิงเปรียบเทียบว่า หากผ่านพ้นช่วงประกาศงบการเงินไปแล้ว นักเล่นจะเอาข่าวไหนมาบิลต์อารมณ์เพื่อเคาะขวารัว ๆ “โมนิก้า” ตอบได้ทันทีว่า คงต้องเอาเรื่องเศรษฐกิจเป็นธงนำในการเล่น เพราะเป็นเรื่องเดียวที่พอจะทำให้นักเล่นคำนวณการสะพัดของเม็ดเงินเป็นไปตามที่เฮีย “สมคิด” ทำการฝอยไว้เยอะหรือเปล่า?..มันเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นระทึกจริง ๆ นะคะ

*ข้อมูลตรงนี้เองที่ทำให้การเคลื่อนตัวของตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายหลายเรื่อง “โมนิก้า” ถึงมองการแกว่งตัวไปมาในเที่ยวนี้เหมือนเป็นการประวิงเวลาเพื่อรออะไรบางอย่าง และต้องเผื่อใจไว้ว่า บางอย่างอาจออกมาไม่เหมือนกับที่คาดหวัง ดัชนีถึงทำได้ดีสุดแค่การยืนปิดที่ 1,573.70 จุด ลบไป 0.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.19 หมื่นล้านบาท ด้วยอารมณ์เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ กันเป็นแถวไงล่ะคะ

*สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นมาจากกองทุนตัวแสบกำลังล้างพอร์ตเพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นไอพีโอยักษ์ใหญ่รายใหม่ของตลาดหุ้นไทย ซึ่งเป็นยุทธวิธีเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับหุ้นของ “เสี่ยเจริญ” จึงไม่ต้องถามหาคำตอบจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ เพราะเอาเข้าจริงก็เป็นแค่เกมหุ้นที่พวกกองทุนไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาต้องยอมสยบให้กับพวกทุนใหญ่อย่างราบคาบ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นรู้เท่าทันพวกเหลี่ยมจัดขึ้นอีกนิดหนึ่งเท่านั้นแหละ!

*เม้าท์ถึงประเด็นนี้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ก็อยากให้นักเล่นมองไปข้างหน้าอีกนิดหนึ่งว่า ไม่ช้าก็เร็ว..พวกกองทุนตัวแสบต้องสาดหุ้นอีกแน่ ๆ เพราะกระแสข่าวที่ออกมาในเที่ยวนี้มีการเม้าท์ถึงเรื่องปรับลดคาดการณ์กำไรออกมาค่อนข้างถี่ยิบ เดี๊ยนถึงมองการเคาะขวายาว ๆ เที่ยวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป จึงไม่อยากให้แฟนคลับฝืนกระแสของตลาดหุ้น เพราะมันมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อน่ะซี

*เหมือนกับการแกว่งตัวไปมาของหุ้น AWC ก่อนจะลงเอยด้วยการปิดที่ 5.90 บาท ลบไป 0.05 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 232 ล้านบาท ก็เป็นภาพเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน “โมนิก้า” ถึงมองไม่เห็นทางออกที่จะทำให้หุ้นขึ้นไปยืนเหนือไอพีโอ 6 บาทได้อย่างบูรณาการ แถมราคาที่เทรดก็สุดแสนจะแพงเว่อร์ วันนี้เลยเป็นได้แค่หุ้นเก็งกำไรเพื่อขัดตาทัพนักเล่นนะจ๊ะ

*เม้าท์ถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ย่อมเล็งผลไปที่หุ้นตามเก็บหนี้อย่างน้อง BAM ขึ้นมาในทันที เพราะบรรดาแมงลือเล่าขานกันว่า เที่ยวนี้บรรดากองทุนจะยกหุ้นขึ้นไป 30 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่โอเวอร์มาก ๆ ในมุมของกูรูที่เน้นพื้นฐานเป็นอันดับแรก เดี๊ยนถึงข้องใจกับการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 27 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.52 พันล้านบาท มันไม่มีอะไรมาแบ็กอัพจริง ๆ นะตัวเอง

*ส่วนรายที่เจอกับรายการ “เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด” ไม่เลิกอย่าง TOP ถือเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องทำใจยอมรับกับสภาพที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันไม่มีอะไรเข้ามาช่วยแบ็กอัพไม่ให้ราคาหุ้นลงเลยจริง ๆ วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นกระโดดลงมาปิดที่ระดับ 54.50 บาท ลบไป 3.50 บาท หรือลงไป 6% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.09 พันล้านบาท เดี๊ยนสันนิษฐานว่า หุ้นคงไม่หยุดลงเพียงเท่านี้กระมัง!

*อีกรายที่ “โมนิก้า” รู้สึกกังวลมากสุด ๆ คงมองไปที่หุ้น LH เพื่อชี้ให้เห็นสตอรี่ของการถอนทุนของกองทุนสิงค์โปร กลายเป็นประเด็นที่ทำให้กองทุนต่าง ๆ จำเป็นต้องทิ้งหุ้นเมื่อมีโอกาสงาม (เขาเล่ามาแบบนี้) จึงไม่มีใครเชื่อว่าหุ้นตัวนี้จะกลับมาผงาดในยุทธจักรได้อีกแล้ว ยิ่งมองในมุมของคู่แข่งที่อยู่ในระนาบเดียวกันเทรดบน P/E 6 เท่า ขณะที่เจ้าตัวยังเทรดบนค่า P/E 14 เท่า เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 9.75 บาท ลบไป 0.15 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 576 ล้านบาท อาจสูงเกินไปหรือเปล่า ?..ลองไปคิดนะคะ

*ตบท้ายวันนี้ “โมนิก้า” ขอเม้าท์ถึงเรื่องดี ๆ เพื่อมอบให้เป็นกำลังใจสำหรับแมงเม่าสักหน่อย หลังหุ้น NER ทะยานขึ้นมาปิดที่ 2.88 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 2.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time high เดี๊ยนเลยรู้สึกแฮปปี้ขึ้นมาในทันที เพราะมันเห็นกันทนโท่ว่า หุ้นควรขึ้นมายืนบริเวณนี้ตั้งนานแล้ว และควรจะไปต่อแบบสวย ๆ อีกพักใหญ่ เนื่องจากมันเห็นกันชัด ๆ ว่ากำลังการผลิตในปี 2563 เพิ่มเท่าตัว กำไรก็น่าจะเพิ่มเป็นเงาตามตัวพะยะค่ะ