“สมคิด” สั่ง “ธ.ออมสิน” ออกมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ข้าราชการ จ่อเสนอคลังกลางเดือนนี้

“สมคิด” สั่ง “ธนาคารออมสิน” เร่งออกมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ข้าราชการ เสนอ "กระทรวงการคลัง" กลางเดือนนี้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้ธนาคารออมสินเร่งหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหาแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับข้าราชการ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการช่วยผ่อนคลายภาระของคนไทยที่สั่งสมมานานจากการมีภาระหนี้ที่สูงมาก จนบางรายไม่มีทางใช้หนี้คืนได้

โดยเร่งให้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือ เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวสามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง อย่างไรก็ดี การดำเนินการทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบและกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม

“เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและกำชับมาว่าให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยให้ธนาคารออมสินไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ส่วนเรื่องหนี้บัตรเครดิต ปัจจุบันคนเป็นหนี้ตรงนี้กันเยอะ บางคนถือบัตรเครดิต 9 ใบ ตรงนี้ก็ต้องเข้าไปดูว่าจะดำเนินการอย่างไรได้ หากปรับลดอัตราดอกเบี้ยส่วนนี้ได้ก็ต้องลดลง” นายสมคิด ระบุ

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเดินหน้าดูแลเศรษฐกิจฐานราก ไม่ใช่เพียงแค่การปล่อยสินเชื่อ แต่ต้องช่วยพัฒนาให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงวิสาหกิจชุมชน โดยธนาคารออมสินจะต้องเข้าไปดูว่าส่วนไหนมีความจำเป็นและต้องการสินเชื่อ ก็ให้เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้สินเชื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตัวเอง

“มองว่าธนาคารออมสินไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ แต่เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา ดังนั้น จะต้องเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนทุกคน โดยประชาชนทุกคนจะต้องมีสิทธิในการเข้าถึงบริการทางการเงินของออมสินทุกรูปแบบ” นายสมคิด กล่าว

หลังจากนี้ธนาคารออมสินจะต้องมีระบบติดตามที่ดี โดยการดึงระบบ Big Data เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จึงอาจจำเป็นจะต้องมีการลงทุนในส่วนนี้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ และพิจารณาการปล่อยสินเชื่อสำหรับรายที่เหมาะสม โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันอีกต่อไป

“ตอนนี้ข้างล่างการเงินฝืดเคือง งบประมาณรัฐบาลก็ติดขัด ดังนั้นออมสินต้องเป็นตัวกระจายสภาพคล่อง แต่การดำเนินการก็ต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อด้วย ต้องดูว่าถ้าคนต้องการค้าขายก็พิจารณาให้ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคล สตาร์ทอัพ กลุ่ม SMEs แต่ว่ารายใหญ่ไม่ต้อง และเน้นเรื่องการดูแลกลุ่มชุมชน วิสาหกิจชุมชน เป็นเครื่องมือในการดูแลสังคมผู้สูงอายุ และเป็นเครื่องมือจูงใจให้วิสาหกิจชุมชนจ้างผู้สูงอายุการทำงาน” นายสมคิด กล่าว

ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ระบุว่า หลังจากนี้ธนาคารออมสินจะเข้ามาหารือกับกระทรวงการคลังถึงรูปแบบในการปรับโครงสร้างหนี้ของข้าราชการ ซึ่งกระทรวงการคลังก็พร้อมพิจารณาในส่วนที่จำเป็นและเหมาะสม โดยที่ผ่านมาได้เคยหารือเรื่องดังกล่าวกับ ธปท.แล้ว ซึ่งธปท.ให้ความสนใจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระบบการเงิน

ขณะที่นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า หลังจากนี้ธนาคารฯ จะเร่งหาแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ข้าราชการ ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาในเบื้องต้นได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ และมาตรการจะออกมาอย่างชัดเจนและมีผลบังคับใช้ภายใน 1 เดือน เบื้องต้นจะเป็นการยืดเวลาการชำระหนี้ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบเครดิตเงินคืน เพื่อใช้ในการหักเงินต้นให้กับลูกหนี้ที่มีการผ่อนชำระหนี้ที่มีสัดส่วนประมาณ 90% ของจำนวนลูกหนี้ข้าราชการที่มีทั้งหมด

“ลูกหนี้ข้าราชการที่อยู่ในกลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ให้กลับเข้าสู่กลุ่มลูกหนี้ชั้นดีก่อน ถึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการข้างต้นได้ โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ภายใน มี.ค.63” นายชาติชาย กล่าว

ปัจจุบันมีบุคลากรภาครัฐที่มีสินเชื่อกับธนาคารออมสินทั้งสิ้น 1,183,182 ราย เป็นข้าราชการพลเรือน/พนักงานรัฐวิสาหกิจรวม 600,129 ราย คิดเป็น 51% และบุคลากรทางการศึกษา 489,060 ราย หรือคิดเป็น 41% ทหาร 48,052 ราย คิดเป็น 4% และตำรวจ 45,941 ราย หรือคิดเป็น 4% โดยจำนวนดังกล่าวคิดเป็นเงินกู้คงเหลือ 629,138 ล้านบาท เป็นเงินกู้ของข้าราชการพลเรือน/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 185,722 ล้านบาท และบุคลากรทางการศึกษา 394,927 ล้านบาท ตำรวจ 28,064 ล้านบาท และทหาร 20,425 ล้านบาท