SIMAT ยิ่งสาว..ยิ่งร้าวลึก!

มันชักสับสนอลหม่านว่าด้วยเรื่อง “กลเกมตีท้ายครัว” ในบริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT ที่ “ยิ่งสาว..ไส้ยิ่งทะลัก” เมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมจากอีกฝ่ายว่ามาถึงหู “เจ๊รัชดา” ฟังพอได้ความว่า..สารตั้งต้นยุทธการ “ตีท้ายครัว” เริ่มต้นจากปมความขัดแย้ง ระหว่างผู้ถือหุ้นเดิม SIMAT กับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่

สำนักข่าวรัชดา

มันชักสับสนอลหม่านว่าด้วยเรื่อง “กลเกมตีท้ายครัว” ในบริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT ที่ “ยิ่งสาว..ไส้ยิ่งทะลัก” เมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมจากอีกฝ่ายว่ามาถึงหู “เจ๊รัชดา” ฟังพอได้ความว่า..สารตั้งต้นยุทธการ “ตีท้ายครัว” เริ่มต้นจากปมความขัดแย้ง ระหว่างผู้ถือหุ้นเดิม SIMAT กับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่

ว่ากันว่า ครั้งที่ SIMAT มีเพิ่มทุนหุ้นละ 2 บาทกว่า ๆ ให้กลุ่มทุนใหม่ ที่มาพร้อมโปรเจกต์งาน USO Net ที่หนีบติดจั๊กกะแร้..เข้ามาให้ SIMAT ด้วย เพื่อหวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้ SIMAT หลังเพิ่มทุนเสร็จสิ้น

แถมมีเงื่อนไขติดปลายนวมกันว่า กลุ่มทุนใหม่จะซื้อหุ้น SIMAT จากเจ้าของเดิมได้อีกด้วย..!!

เอาเป็นว่า..ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขข้างต้นทั้ง “เจ้าของเดิมและกลุ่มทุนใหม่” ก็น่าจะแฮปปี้เอ็นจอย หรือวินวิน กันทั้งสองฝ่าย..

แต่ไม่รู้ไปเหยียบตาปลากันอีท่าไหน..! ว่ากันว่า เจ้าของเดิม ในฐานะผู้บริหารกลับนำ “โปรเจกต์งาน USO Net” ไปซอยย่อย ๆ จนทำให้ซัพพลายเออร์เดิม ที่คุยกันไว้ ปั่นป่วนกันไปหมด..!!

จนกลายเป็น “ปมร้าวฉาน” ระหว่างเจ้าของเดิมและกลุ่มทุนใหม่ในทันที

โดยกลุ่มทุนใหม่..ชักเริ่มไม่พอใจและรู้สึกเสมือนโดนหักหลังยังไงก็ไม่รู้..ทั้งที่นำเงินมาเพิ่มทุนให้และมีงานเข้ามาให้อีก..จนทำให้ SIMAT พลิกมามีกำไรได้อีกครั้ง

ระหว่างนั้นเอง..นักลงทุน VI หลายคนแวะเวียนเข้ามาเก็บหุ้น SIMAT เข้าพอร์ต เพราะเห็นสัญญาณการเทิร์นอะราวด์อย่างชัดเจน

กลับมาที่ปมร้าวฉาน จนมองหน้ากันไม่ติด.!! ทำให้กลุ่มทุนใหม่ ตัดสินใจยื่นข้อเสนอซื้อหุ้น SIMAT จากผู้ถือหุ้นเดิมซะเลย เพื่อจะได้จบ ๆ กันไป

แต่ก็ไม่จบเพราะกลุ่มเจ้าของเดิมอยากได้ราคา 6-7 บาท..โอ้วแม่เจ้า..สูงกว่าราคาเพิ่มทุนเกือบ 3 เท่าตัว แต่กลุ่มทุนใหม่รับได้แค่ไม่เกิน 4 บาท

จึงเป็นเหตุให้ “ดีลซื้อหุ้น” ปิดเกมกันไม่ได้..!!

และกลายเป็นที่มาแห่งการแบ่งขั้วเป็น 2 ฝ่าย ว่ากันว่า กลุ่มเจ้าของเดิมถือหุ้น 45% กลุ่มทุนใหม่ถือหุ้น 40% ส่วนที่เหลืออีก 15% เป็นนักลงทุนทั่วไป

นั่นจึงทำให้เกิด “เกมช่วงชิงอำนาจบริหาร” และเป็นที่มาว่า ทำไมต้องมีการเสนอบอร์ดใหม่เพิ่ม 5 คน ทั้งที่หมดวาระแค่ 3 คน และทำไมต้องมีการ “เรี่ยไร” เสียงจากผู้ถือหุ้นรายย่อย

เอาเถอะ..นี่เป็นเสียงร้องอีกฟากฝั่ง..ที่ผู้ถือหุ้นจะตัดสินเองว่า..

พรุ่งนี้ (30 เม.ย.) ..จะเลือกฝั่งใคร..!!

…อิ อิ อิ…