“ศบค.” เผยมาตรการคุม “โควิด” หลังผ่อนปรน ระยะ 1-เปิดห้างวันแรก ยังขลุกขลัก ต้องปรับปรุง

"โฆษก ศบค." เผยผลสำรวจมาตรการคุม "โควิด" 6 กิจการคลายล็อก ระยะ 1-เปิดห้าง วันแรก ยังขลุกขลัก ต้องปรับปรุง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ค.63)​ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงการตรวจกิจการที่ได้รับการผ่อนปรนมาตรการ

โดยระบุว่า จากการสรุปผลการเฝ้าระวังตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในมาตรการหลัก 5 มาตรการ คือ การทำความสะอาด ล้างมือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ไม่ทำให้แออัด โดยสำรวจใน 6 กลุ่มกิจการ ระหว่างวันที่ 7-15 พ.ค. 2563 จำนวน 2,375 แห่งทั่วประเทศ พบว่า

1. กลุ่มตลาด มาตรการหลักที่ดำเนินการได้ดี คือเรื่องการสวมหน้ากากตลอดเวลา ส่วนที่ต้องพัฒนาคือ ความแออัด ระยะเวลาไปอยู่ในตลาดนานไป ไม่เว้นระยะห่าง

2. ร้านอาหารและแผงลอย ที่ทำดี คือ การสวมหน้ากาก มีจุดล้างมือ ที่ต้องพัฒนาคือเรื่องทำความสะอาดพื้นผิว

3. ซูเปอร์มาร์เก็ต/มินิมาร์ท ที่ทำได้ดี คือ การล้างมือและเว้นระยะห่าง ส่วนที่ต้องพัฒนาให้มากขึ้นคือการทำความสะอาดพื้นผิวต้องมากขึ้น

4. สวนสาธารณะและสนามกีฬา มาตรการที่ทำได้ดี คือ การสวมหน้ากาก การทำความสะอาด และการรักษาระยะห่าง ทำได้ 100% แต่ที่ยังต้องพัฒนาคือ วัสดุอุปกรณ์กีฬาต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้น ม้านั่ง ถังขยะ รวมถึงมีที่ล้างมือให้มากขึ้น

5. ร้านเสริมสวย ที่ทำได้ดี คือ ระยะห่างบุคคล การทำความสะอาด ที่ต้องพัฒนาคือการสวมหน้ากาก ภาชนะรองรับขยะทั้งหลาย

6. ร้านตัดขนสัตว์ ที่ทำได้ดี คือ การล้างมือ การทำความสะอาดภายในร้านประจำทุกวันก่อนและหลังบริการ การจำกัดจำนวนคนที่มา ที่ยังทำได้ไม่ดีคือการทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์ต่างๆ ต้องสวมหน้ากาก และมีที่ล้างมือ

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวถึงกรณีการใช้ www.ไทยชนะ.com แพลตฟอร์มที่จะครอบคลุมทั้งประเทศเพื่อลงทะเบียนในส่วนของผู้ดำเนินกิจการ และเช็กอิน-เช็กเอาท์ผู้ไปใช้บริการ เป็นส่วนของการให้เรทติ้งสำหรับผู้ตรวจประเมิน

โดยเมื่อวานนี้ (17 พ.ค.)​ มีจำนวนร้านค้าลงทะเบียน 44,386 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 2,002,897 คน จำนวนการเช็กอิน 2,658,754 ครั้ง เช็กเอาท์ 1,845,191 ครั้ง การประเมินร้านค้า 1,258,261 ครั้ง และล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ พบว่ามีร้านค้ามาลงทะเบียน 46,744 ร้าน จำนวนผู้ใช้บริการ 2,725,877 คน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 14,187 ร้านค้า ชลบุรี 2,819 ร้านค้า นนทบุรี 2,457 ร้านค้า สมุทรปราการ 1,934 ร้านค้า ปทุมธานี 1,686 ร้านค้า เชียงใหม่ 1,547 ร้านค้า นครราชสีมา 1,363 ร้านค้า ภูเก็ต 1,112 ร้านค้า สุราษฎร์ธานี 983 ร้านค้า ขอนแก่น 865 ร้านค้า

โดยร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, ภัตตาคาร, ศูนย์อาหารลงทะเบียนมากที่สุด 11,353 ร้าน รองลงมาคือห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้มอลล์ 10,599 ร้าน อันดับ 3 คือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง 8,170 ร้าน

“สำหรับการเช็กอิน-เช็กเอาท์ของผู้ไปใช้บริการ ถ้าท่านเช็กอินแต่ไม่เช็กเอาท์ ชื่อของท่านยังอยู่ในห้างคนอื่นก็จะเข้าไปใช้บริการไม่ได้นะครับ ซึ่งทุกๆร้านค้า กิจการควรแปะ QR Code กระจายไปหลายๆจุดเพื่อให้ผู้ไปใช้บริการสะดวกสบายในการสแกนเพื่อให้รู้ว่ามีคนเข้าคนออกอย่างไรทำให้ระบบหมุนไปได้” นพ.ทวีศิลป์ ระบุ

ส่วนการประเมินภาพรวมในการเปิดห้างสรรพสินค้าวันแรก นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า อาจจะมีขลุกขลักบ้าง ซึ่งเราก็ต้องเรียนรู้ไปด้วยกันและนำเอาปัญหามาพัฒนาไปพร้อมกัน

 “ขอบคุณประชาชนและร้านค้าที่ให้ความร่วมมือกันอย่างดี แต่เราเพิ่งเรียนรู้วันแรกจะให้เนี้ยบให้เนียนเรียบร้อยคงเป็นไปไม่ได้…การผ่อนคลายระยะที่ 2 เพิ่งผ่านมาวันที่ 2 หากครบ 14 วัน ถ้าเราทำได้อย่างดีโอกาสที่ระยะที่ 3 ที่มีกิจการร้านค้ารอที่จะเปิดรออยู่อีกจำนวนมากแม้จะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงๆ แต่ถ้าเราผ่านระยะที่ 2 ที่มีความเสี่ยงปานกลางไปได้ ความเสี่ยงสูงต่างๆเหล่านั้น เช่น ความงามที่ใบหน้า การนวดตัว ก็อาจเกิดขึ้นได้ในระยะ 3 อย่างแน่นอน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว 

Back to top button