ขายทำรอบ

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอมาในแนวของเล่นหุ้นแบบตีหัวเข้าบ้านสักหน่อย! เพราะอาการยึกยักที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ เหมือนเป็นภาพสะท้อนที่บอกให้รู้ว่ายุทธการเปลี่ยนตัวเล่นไปเรื่อย ๆ กำลังเกิดขึ้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวฝืนกระแสอีกต่อไป เพราะมันไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีสำหรับนักลงทุนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ เดี๊ยนเลยขอเสนอให้ทำตัวพลิ้วไหวดั่งสายลมเพื่อเพิ่มโอกาสในการเล่นรอบนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอมาในแนวของเล่นหุ้นแบบตีหัวเข้าบ้านสักหน่อย! เพราะอาการยึกยักที่เกิดขึ้นในเที่ยวนี้ เหมือนเป็นภาพสะท้อนที่บอกให้รู้ว่ายุทธการเปลี่ยนตัวเล่นไปเรื่อย ๆ กำลังเกิดขึ้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวฝืนกระแสอีกต่อไป เพราะมันไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีสำหรับนักลงทุนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ เดี๊ยนเลยขอเสนอให้ทำตัวพลิ้วไหวดั่งสายลมเพื่อเพิ่มโอกาสในการเล่นรอบนะคะ

*เมื่อไล่เรียงไทม์ไลน์การเคาะขวาของพวกกองทุนตัวแสบ จะเห็นว่าก่อนหน้านี้พากันกระโจนใส่หุ้นไฟฟ้า ต่อจากนั้นกระโดดมาไฟแนนซ์ ถัดมาก็โยกเงินมาเล่นโรงแรม พร้อมกับสลับหน้าเสื่อเป็นอสังหาฯ ก่อนจะเข้าตีหุ้นแบงก์แบบสุดซอย “โมนิก้า” ถึงมองเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเกมที่นักเล่นต้องจับจังหวะจะโคนให้ทัน และอย่าเพลี่ยงพล้ำไปเล่นเกมของคนอื่นเป็นอันขาดนะจะบอกให้

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มองการแกว่งตัวไปมาของดัชนีในแดนบวกและแดนลบ ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 1,337.51 จุด ลบไป 7.60 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.58 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นแค่กระประวิงเวลาเพื่อรอข่าวดีเข้ามาหนุน ซึ่งจะทำให้แรงซื้อล็อตใหม่เข้ามาดันตลาดหุ้นอีกครั้ง เดี๊ยนถึงพยายามมองทุกอย่างเป็นโอกาส เพื่อทำให้แฟนคลับได้เห็นภาพการเคลื่อนตัวของหุ้นแต่ละแบบได้ชัดเจนขึ้นพะยะค่ะ

*โดยเฉพาะแรงซื้อที่ไหลเข้ามาในหุ้น KTB จนทะยานขึ้นมาปิดที่ 10.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.02 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตของการไหลตามน้ำแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะของมันเห็นกันตำตาว่ารอบก่อนเคยวิ่งขึ้นไปถึง 12 บาท บวกกับรัฐบาลต้องใช้แบงก์รัฐแห่งนี้เป็นเครื่องมือกระจายเม็ดเงินผ่านโครงการต่าง ๆ เดี๊ยนถึงเทใจให้หุ้นตัวนี้ไงล่ะคะ

*นอกจากนี้ยังมีแบงก์ตราใบโพธิ์ SCB ที่กลายเป็นทางเลือกสำหรับการเคาะขวา และน่าจะเป็นตัวสอดแทรกสำคัญสำหรับการเล่นรอบ หลังราคาหุ้นทะยานขึ้นมาปิดที่ 74.75 บาท บวกไป 3.25 บาท หรือขึ้นไป 4.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.50 พันล้านบาท ก็กลายเป็นไฟต์บังคับที่ทำให้ขาประจำตามไปดูแบบเกาะติดเวที ว่าเที่ยวนี้จะฝ่าทะลุเส้นแนวต้าน 75 วันบริเวณ 76.50 บาทได้อ๊ะป่าว!

*สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ TISCO หลังหุ้นบวกต่อเนื่อง 3 วันติด ก่อนจะมาปิดที่ระดับ 75.25 บาท บวกไป 3.50 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.43 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่น่าตามไปดูอีกเช่นกัน ผนวกกับเป้าหมายของการดีดตัวเที่ยวนี้อยู่แถว 79 บาท เดี๊ยนถึงอยากให้นักเล่นประเมินโอกาสที่หุ้นจะไปต่อมีมากขนาดไหนแค่นั้นเองจ้า

*เช่นเดียวกับในรายของปลากระป๋องออนไลน์ TU กระชากขึ้นพรวดพราดแบบไม่บอกล่วงหน้า จนสุดท้ายหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 13.50 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 5.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาท มันเหมือนเป็นเกมเดาทางที่นักเล่นต้องลุ้นกันเองแบบวันต่อวัน บวกกับข้อมูลสถิติเก่าเทรดบน P/E ประมาณ 18 เท่า เดี๊ยนเลยสงสัยว่าเที่ยวนี้จะเอาแรงที่ไหนดันให้ไปถึง 14.50 บาทน่ะซี

*คล้ายกับการอาศัยลูกมั่วของหุ้น GL จนสุดท้ายขึ้นมาปิดที่ 4.22 บาท บวกไป 0.36 บาท หรือขึ้นไป 9.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 203 ล้านบาท ก็กลายเป็นที่จับตาของสังคมอีกรอบหนึ่งว่าเที่ยวนี้จะเอามุกไหนมาหลอกชาวหุ้นอีก! ประกอบกับโจทย์เก่าที่เป็นพวกกองทุนยังกาหัวหุ้นตัวนี้ไว้บนหนัง… เดี๊ยนเลยต้องออกมาเตือนด้วยความหวังดีว่าอย่าเผลอใจไปกับหุ้นตัวนี้มากนะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของน้องดูดี DOD บางวันก็ลากยาว บางวันก็ลากสั้น “โมนิก้า” เลยมองไม่ออกเหมือนกันว่าวันนี้มาด้วยพื้นฐานจริงหรือเปล่า ? ผสานกับวันนี้หุ้นเทรดบนค่า P/E 40 เท่า โดยที่ยังไม่รู้ว่าผลงานในอนาคตจะออกมาเป็นแบบไหน ? เดี๊ยนถึงอยากให้พวกขาลุยเผื่อใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันไว้บ้าง และการยืนที่บริเวณ 7 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 1.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 35 ล้านบาท มันเมกเซนส์แค่ไหน ?..ลองถามใจตัวเองแล้วกัน..อิอิอิ