“วิชญะ เครืองาม” ลูกชาย “วิษณุ” ลาออกบอร์ด AEC ทุกตำแหน่ง มีผลทันที!

“วิชญะ เครืองาม” ลูกชาย "วิษณุ" ลาออกบอร์ด AEC ทุกตำแหน่ง มีผลทันที!


บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AEC เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ดร.วิชญะ เครืองาม ได้ลาออกจากการดำรงตำแหน่ง กรรมการตรวจสอบ และกรรมการในคณะกรรมการอื่นๆ ของบริษัทฯ ทั้งนี้การลาออกมีผลตั้งแต่ 28 พ.ค.2563

โดยคณะกรรมการบริษัทจะดำเนินการพิจารณาแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งแทนกรรมการที่ว่างลงต่อไป ทั้งนี้ ดร.วิชญะ เครืองาม เป็นบุตรชายของ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

อนึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า บล.เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AEC มีเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) ต่ำกว่าศูนย์ติดต่อกันเกิน 5 วันทำการ ซึ่งเป็นเหตุให้บริษัทต้องระงับการดำเนินธุรกิจตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 18.03 น. AEC ได้ชี้แจงข้อมูลดังกล่าว ว่าสาเหตุที่ทำให้เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) และอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากว่าในการคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่มีการลงทุนในสัดส่วนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับ NC ของบริษัทจะต้องคำนวณ Large Exposure Risk – “LER” วิธีที่ 2 ตามประกาศที่ สธ. 50/2560 และ สธ.61/2562 เรื่อง การคำนวณและรายงานการคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ ซึ่งบริษัทได้มีการลงทุนในหุ้นกู้บมจ.การบินไทย (THAI) ซึ่งถูกลด credit rating จาก A เป็น C อย่างกะทันหัน รวมถึงหุ้นกู้อื่นที่ถือ ถึงแม้จะเป็น Investment grade ที่สูงมากในระดับไม่ต่ำกว่า BBB ถึง AA

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะดำเนินการยื่นแผนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 30 วัน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ดังนี้

แผนระยะสั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 มีมติให้ดำเนินการระดมทุนด้วยการกู้ยืมเงินด้อยสิทธิ การขายหุ้นสามัญที่บริษัท ถือครองอยู่ และการลดพอร์ต การลงทุนในห้นกู้ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการ

แผนระยะยาว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ได้มีมติเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมและบุคคลโดยเฉพาะเจาะจง จำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งจะทำให้ระดับ NC และ NCR กลับมาเป็นบวก และอยู่ในเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด และขออนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้บริษัทกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติได้

Back to top button