“ไทย-อังกฤษ” ทบทวนนโยบาย ปูทางยกระดับความร่วมมือการค้า-FTA หลัง Brexit 1 ม.ค.64

อธิบดีกรมเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์เผย "ไทย-อังกฤษ” ร่วมหารือทบทวนนโยบาย ปูทางยกระดับความร่วมมือการค้า-FTA หลัง Brexit 1 ม.ค.64

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมผ่านระบบทางไกล (virtual meeting) กับนางแคทริน ลอว์ รักษาการอธิบดีด้านการค้าทวิภาคี กระทรวงการค้าระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร (UK) หรืออังกฤษว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องการกระชับและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอังกฤษ หลังจากที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ม.ค.64 และได้แลกเปลี่ยนความคืบหน้าการจัดทำรายงานทบทวนนโยบายทางการค้า (Trade Policy Review) เพื่อปูทางยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันในอนาคตภายหลัง Brexit

สำหรับการจัดทำรายงานทบทวนนโยบายการค้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจะแลกเปลี่ยนผลสรุปรายงาน และนำไปจัดทำรายงานสรุปร่วมกัน โดยตั้งเป้าหมายจัดทำให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ระดับนโยบายของทั้ง 2 ประเทศใช้ประกอบการพิจารณายกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอนาคตต่อไป และอาจปูทางในการจัดทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้า ( FTA) หากทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมและเห็นว่าเป็นประโยชน์

นางอรมน เสริมว่า ในส่วนของไทย เบื้องต้นได้สำรวจโอกาสและปัญหาอุปสรรคในการทำธุรกิจกับอังกฤษ พบว่า สาขาธุรกิจที่ไทยสนใจเข้าสู่ตลาดอังกฤษ อาทิ เกษตรกรรมและการผลิตอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ผลไม้ อาหารเสริม และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น การประมง ประเภทอาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็ง ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง การท่องเที่ยว การขนส่ง การเงิน โทรคมนาคม และการก่อสร้าง

โดยอังกฤษยังคงมีมาตรการทางภาษีและมิใช่ภาษีที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนของไทย เช่น มาตรการสุขอนามัย และมาตรฐานทางเทคนิคที่มีมาตรฐานสูง เป็นต้น ส่วนอังกฤษสนใจทำธุรกิจและลงทุนในไทย อาทิ สาขาเภสัชกรรม บริการการเงินและการประกันภัย บริการวิชาชีพ (กฎหมายและบัญชี) และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าในช่วงวิกฤติโควิด-19 และปัญหาในเวทีองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งขณะนี้กลไกระงับข้อพิพาทของ WTO ในส่วนองค์กรอุทธรณ์ได้หยุดชะงักลง เพราะไม่สามารถเลือกสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ 6 ใน 7 ตำแหน่งที่ว่างลงได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นว่าจะต้องร่วมกับสมาชิก WTO เร่งทำงานเพื่อหาทางออกต่อไป

ทั้งนี้ อังกฤษแจ้งว่าได้ยื่นความจำนงขอสมัครเป็นคู่เจรจา (Dialogue Partner) ของอาเซียน เพื่อให้สามารถเข้าร่วมประชุมกับอาเซียนอย่างเป็นทางการได้ ซึ่งขั้นตอนต่อไปอยู่ระหว่างสมาชิกอาเซียนพิจารณา โดยปัจจุบันสมาชิกอาเซียนมีคู่เจรจาอยู่ 10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป รัสเซีย แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

สำหรับในปี 2562 การค้าไทยกับอังกฤษมีมูลค่า 6,260 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปอังกฤษ มูลค่า 3,843 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนำเข้ามูลค่า 2,417 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.63 การค้ารวมมีมูลค่า 1,904.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โดยไทยส่งออกมูลค่า 1,138.45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนำเข้ามูลค่า 766.38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไก่แปรรูป รถยนต์และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกล ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม