IIG ขึ้นสังเวียนเทรดวันแรก ลุ้นราคาวิ่งทะลุ 9 บ. ขานรับพื้นฐานแกร่ง กำไรโตยาว!

IIG ขึ้นสังเวียนเทรดวันแรก ลุ้นราคาวิ่งทะลุ 9 บ. ขานรับพื้นฐานแกร่ง กำไรโตยาว!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ส.ค.) บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ IIG เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เป็นวันแรก โดยมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท. และจำนวนหุ้นชำระแล้ว 100 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นทุนชำระแล้ว 50 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 25 ล้านหุ้น แบ่งจัดสรรให้กับประชาชนทั่วไป 18.77 ล้านหุ้น และกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทหรือบริษัทย่อย (ESOP) จำนวน 6.23 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 6.60 บาท

โดย IIG ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีให้แก่ภาคธุรกิจต่าง ๆ โดยสามารถแบ่งออกตามประเภทของการดำเนินธุรกิจได้ ดังนี้  1. ธุรกิจที่ปรึกษาและให้บริการออกแบบติดตั้งระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และให้เช่าใช้ระบบซอฟต์แวร์จากทาง Salesforce

2. ธุรกิจที่ปรึกษาและให้บริการออกแบบติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) และเป็นตัวแทนจำหน่ายระบบซอฟต์แวร์จากทาง Oracle 3. ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์แบรนด์ (Brand Strategy) การสร้างและบริหารประสบการณ์ (Experience Management) และการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) และ 4. ธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากร ในส่วนงานสารสนเทศ

โดย นายสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ IIG เชื่อมั่นว่าการซื้อขายวันแรกของหุ้น IIG จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้ จะยิ่งทำให้บริษัทแข็งแกร่งพร้อมรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต

สำหรับผลประกอบการปี 60-62 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ 50.26% อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 28.31% และ อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 11.42% โดยไตรมาส 1/63 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมจำนวน ล้านบาท กำไรขั้นต้น 31.84 ล้านบาท กำไรสุทธิ 10.27 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เงินจากการเสนอขายหุ้น IPO จะนำไปใช้พัฒนาและเพิ่มศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์ (Development Center) ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย ,ใช้ก่อตั้ง Innovation Lab ในการวิจัยและพัฒนาแอปพลิเคชันของบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งโครงการต่าง ๆ ในอนาคตของบริษัท จะช่วยรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน สร้างความเป็นเลิศในการเป็นบริษัทที่ปรึกษาในฐานะ End-to-End Solution Provider แก่ผู้ประกอบการให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลและเติบโตได้อย่างแท้จริง

ด้าน นายวิศรุต อังศุภากร ผู้อำนวยการสายงานวาณิชธนกิจ บล.โนมูระ พัฒนสิน ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ IIG คาดว่าการเข้าซื้อขายของหุ้น IIG ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) เป็นวันแรก น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังการเสนอขายหุ้น IPO ที่ผ่านมานักลงทุนให้ตอบรับดี ขณะที่ระดับราคา IPO ที่ 6.60 บาท/หุ้น คิดเป็น P/E ratio ที่ระดับ 12.05 เท่า

โดย IIG เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 25 ล้านหุ้น  คิดเป็น 25% ของหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท แบ่งเสนอขายให้กับประชาชนจำนวน 14.45 ล้านหุ้น คิดเป็น 57.80% เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อย จำนวน 5.55 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.20% และนักลงทุนสถาบัน จำนวน 5 ล้านหุ้น คิดเป็น 20%

ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิภายหลังการหักภาษีนิติบุคคลและจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัท และบริษัทย่อยอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลแตกต่างจากนโยบายที่กำหนด ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียน และแผนการขยายธุรกิจในอนาคต

“IIG เป็นหุ้นเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตสูงจากกระแส Digital Transformation ซึ่งการขยายตัวของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องสะท้อนภาพการเป็น Growth Stock ได้เป็นอย่างดี คาดว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันแรกจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน”นายวิศรุต กล่าว

ทั้งนี้ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ IIG ปี 2563 ที่ 9.20 บาท/หุ้น ด้วยวิธี PE ที่ 15 เท่า เทียบเท่า PE เฉลี่ยของ 4 บริษัทที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน ได้แก่ AIT, MFEC, HUMAN, SAMTEL โดย IIG เป็นผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์องค์กร (Enterprise Software) ระบบ CRM และ ERP ครบวงจรตั้งแต่การใช้เช่าระบบซอฟต์แวร์ รวมทั้งให้บริการออกแบบติดตั้งระบบฯ

ทั้งนี้บริษัทฯ มีจุดเด่นด้านบุคลากรมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้เทคโนโลยี และมีความชำนาญในการธุรกิจนานกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังมีฐานลูกค้าหลากหลายธุรกิจ และมีสัดส่วนรายได้กว่า 40% เป็นรายได้ประจำ (Recurring revenue) ซึ่งบล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเหวี่ยงตัวของรายได้

ขณะที่ปัจจุบันธุรกิจต่างๆ มีการใช้ระบบ CRM สาหรับบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ส่วนระบบ ซอฟต์แวร์ ERP ใช้สำหรับบริหารวางแผนทรัพยากรองค์กร เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทางาน และเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร โดย Gartner คาดการณ์ปีนี้ ประเทศไทยจะมีการใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์องค์กรเติบโตราว 11% เมื่อเทียบจากปีก่อน

โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่าการใช้จ่ายด้านระบบซอฟต์แวร์องค์กรที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจ ประกอบกับการขยายตัวของ Internet of Things ทำให้เกิดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ซึ่งบริษัททั้งเล็กและใหญ่จำเป็นต้องมีเครื่องมือ และระบบซอฟต์แวร์สาหรับใช้วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์จาก Big Data ในการวางแผนกลยุทธ์และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งระบบซอฟต์แวร์ CRM และ EPR ถือ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ตอบสนองความต้องการดังกล่าวและมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้คาดว่าผลการดำเนินงานปี 2563 จะมีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท ส่วนปี 2564 คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 74 ล้านบาท 2565 และกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 79 ล้านบาท เติบโตต่อปี 18% CAGR ในปี 2563-2565 เนื่องจากคาดว่ารายได้จากการขายและให้บริการรวมเติบโตต่อปี 21% มีสาเหตุจากการใช้งานเพิ่มขึ้นของลูกค้าเดิมและรายใหม่ทั้งให้เช่าใช้ซอฟต์แวร์ และให้บริการออกแบบติดตั้งงระบบซอฟต์แวร์ ประกอบกับ Synergy จากการรวมธุรกิจของบริษัทย่อย ช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มศักยภาพ การให้บริการ

รวมทั้ง Gross margin รวมคาดว่ารักษาระดับได้ที่ 29.7% ในปี 2563 และ 30.2% ในปี 2564-2565 จากการเติบโตของจานวนลูกค้า และมีผลบวก Economy of scale จาก ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น และ 3) คาดว่าบริษัทไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจากมีเพียงเจ้าหนี้การค้า

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า IIG ประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาและให้บริการออกแบบติดตั้งระบบ CRM และ ERP และเป็นที่ปรึกษาด้าน Brand Strategy ลูกค้าทั้งหมดเป็นบริษัทเอกชนชั้นนำของไทย ข้อดีคือธุรกิจบริการระบบ CRM/ERP อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตามความต้องการลงทุนของภาคเอกชนโดยเฉพาะ CRM เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ตอบสนองความต้องการของลุกค้า

ขณะที่กระแส Work from Anywhere เป็นตัวกระตุ้นการลงทุนระบบ ERP ใหม่ไปยัง Cloud Computing ทำให้ IIG มีโอกาสได้งานจากลูกค้าใหม่ๆเพิ่มเติม ดังนั้นบล.ฟินันเซีย ไซรัส จึงคาดว่ารายได้และกำไรสุทธิปี 2563-2564 โตเฉลี่ย 27% และ 22.5% CAGR ตามลำดับ ประเมินราคามูลค่าเหมาะสมปี 2563 ที่ 9 บาท (FSS เป็นผู้ร่วมจัดหน่ายหุ้น IPO ของ IIG)