DELTA บวก 3% ลุ้นรายได้โตตามเป้า 10% รับผลดี “โควิด” หนุนยอดขายพุ่ง

DELTA บวก 3% ลุ้นรายได้โตตามเป้า 10% รับผลดี “โควิด” หนุนยอดขายพุ่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ณ เวลา 14.42 น. อยู่ที่ระดับ 116.50 บาท บวก 3 บาท หรือ 2.64% สูงสุดที่ระดับ 118 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 113.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 443.99 ล้านบาท

ด้านนางสาวกุลวดี กวยาวงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 5-10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 1,648 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าผลประกอบการครึ่งปีแรกจะเติบโตขึ้นมาก แต่สถานการณ์โควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการกลับมาแพร่ระบาดระลอก 2 ในหลายประเทศ

“แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกผลประกอบการจะมีการเติบโตไปค่อนข้างมากแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรายังไม่ได้มีการปรับเป้าหมายการเติบโตในแง่ของยอดขายขึ้น เนื่องจากยังไม่แน่ใจการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสองจะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าของบริษัทหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า เรามองว่าในระยะยาวไม่ว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ เราก็มีผลดีจากการใช้ชีวิตในรูปแบบ New Normal” นางสาวกุลวดี กล่าว

ทั้งนี้ ยอดขายในปีนี้ได้รับผลบวกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะยอดขายกลุ่มสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ Cloud computing และ Data Center ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งกลุ่มสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าหลักของบริษัทอยู่แล้ว

ขณะที่สินค้าในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจะชะลอตัวไปบ้าง แต่ก็ยังมียอดขายที่เติบโตได้อย่างเนื่อง เพราะเป็นส่วนประกอบใน Power Supply ของ Cloud computing และ Data Center ขณะเดียวกันสินค้ากลุ่มนี้มียังช่วยให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ปรับตัวสูงขึ้นด้วย

สำหรับทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังมองว่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หากไม่มีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มากจนถึงขึ้นไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ โดยเชื่อว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากการที่หลายประเทศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายผลักดันของหลายๆประเทศเช่นกัน โดยบริษัทมีแผนที่จะผลิตสินค้าที่รองรับรถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทมีฐานลูกค้ายุโรปเป็นหลักอยู่ในเกือบทุกค่ายรถยนต์ จึงมองว่าธุรกิจนี้มีอนาคตอย่างแน่นอน

“แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกผลประกอบการจะมีการเติบโตไปค่อนข้างมากแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรายังไม่ได้มีการปรับเป้าหมายการเติบโตในแง่ของยอดขายขึ้น เนื่องจากยังไม่แน่ใจการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสองจะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าของบริษัทหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า เรามองว่าในระยะยาวไม่ว่าจะมีการแพร่ระบาอของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ เราก็มีผลดีจากการใช้ชีวิตในรูปแบบ New Normal” นางสาวกุลวดี กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทยังคงแผนการลงทุนงบลงทุนปี 63 ไว้มูลค่าราว 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรองรับการปรับปรุงโรงงาน รวมทั้งซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรต่าง ๆ เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต โดยบริษัทคาดว่าภายในปี 66 จะมีกำลังการผลิตที่รองรับยอดขายสูงถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น บริษัทยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทแม่เป็นบริษัทจากไต้หวัน ไม่ใช่จีน ดังนั้น การจำหน่ายสินค้าไปยังสหรัฐและยุโรป จึงไม่ได้รับผลกระทบ

Back to top button