“นายกฯ” ถก “ศบค.” หารือแนวทางเปิดรับ นทท.-โยน กมธ.งบฯ ชี้ขาด หลัง ปชป.จ่อล่มเรือดำน้ำ

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี เผยอยู่ระหว่างหารือ “ศบค.” ถึงแนวทางเปิดรับ นทท.ต่างชาติ เล็งพิจารณาจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวมากที่สุดก่อน ส่วนประเด็นพรรคประชาธิปัตย์ จ่อค้านจัดซื้อเรือดำน้ำ ปล่อยให้ กมธ.งบฯ เป็นผู้ชี้ขาด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกันในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2016 (โควิด-19) หรือ ศบค. ถึงแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าในพื้นที่ใดเหมาะสมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติก่อน รวมถึงหารือถึงมาตรการต่างๆ รองรับ โดยเฉพาะจะพิจารณาในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวมากที่สุด

โดยแนวทางที่หารือนั้น จะเริ่มรับนักท่องเที่ยวในจำนวนน้อยก่อน ทำในรูปแบบ Sandbox ที่จะต้องมีการตรวจสอบคัดกรอง ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และให้ไปท่องเที่ยวในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะต้องไม่กระทบกับคนอื่น

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากกับประชาชนว่าประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และหามาตรการที่เหมาะสมมารองรับ โดยรัฐบาลเน้นการดูแลคนส่วนใหญ่ ซึ่งทุกคนจะต้องมาช่วยกันคิด และทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจย่ำแย่ไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำทุกวันนี้ คือ การต่อลมหายใจทีละเล็กทีละน้อยให้กับทุกคน

  “ประเทศไทยจำเป็นต้องทำเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากไม่ทำอะไรเลย สถานประกอบการก็จะตายหมด แรงงานถูกเลิกจ้าง แล้วจะหาสิ่งไหนมาทดแทนให้ เพราะทุกคนมีภาระการใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้ทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ที่จะรองรับในหลายด้าน และขอให้ทุกคนมั่นใจว่า การจะทำอะไรต่างๆ นั้น อยากให้ย้อนไปดูการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ที่มีมาตรฐานในการตรวจสอบและคัดกรองด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เช่น การติดตามตัวที่สามารถติดตามตัวได้ทั้งหมด ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความร่วมมือ เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือคนในพื้นที่ แต่หากยังมีความขัดแย้งและโทษกันไปมา ประชาชนก็ได้รับผลกระทบและเสียผลประโยชน์ไป

ดังนั้น ขอให้สื่อได้ร่วมมือกันในการสร้างความมั่นใจ ว่ารัฐบาลสามารถที่จะดูแลและจำกัดพื้นที่หากพบผู้ติดเชื้อได้ แต่วันนี้อยากให้ทุกคนมองในภาพใหญ่ อย่ามองปัญหาเล็กๆ จนทำให้เกิดปัญหาตามมา หากรัฐบาลไม่แก้ปัญหาอะไรเลย ก็จะถูกประชาชนตำหนิได้ เพราะวันนี้ยังมีคนตกงานและได้รับผลกระทบ หากมีการร้องขอจากรัฐบาลก็มีงบประมาณที่จำกัด ซึ่งขณะนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้การจัดเก็บรายได้ของประเทศลดลง ดังนั้น ตนจึงจำเป็นที่ต้องชี้แจง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ พร้อมกล่าวย้ำว่า ส่วนตัวแม้ถูกใครตำหนิก็ต้องอดทนทุกเรื่อง และที่ผ่านมาได้อดทนมามาก เพื่อประชาชนและประเทศชาติ

“ถ้าผมไม่ทำ จะทำเมื่อไร ใครจะทำ รอวันข้างหน้า เปลี่ยนรัฐบาล เลือกตั้งใหม่ ผมถามกว่าจะถึงวันนั้น เวลานี้จะตายกันหมดหรือเปล่า มันจะไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ ทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าต่อไปไม่ดีหรือ ต้องเริ่มอย่างนี้ เดี๋ยวมันไปด้วยตัวมันเอง ประเทศไทยผ่านร้อน ผ่านหนาวมาเยอะ ข้อสำคัญคือความสามัคคีของคนในชาติ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติเอกฉันท์ ให้คณะกรรมาธิการงบประมาณสัดส่วนของพรรค ขอให้กองทัพเรือถอนวาระการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไปก่อนว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการงบฯ จะพิจารณา ซึ่งมีอยู่หลายพรรคการเมืองด้วยกัน

ส่วนจะกระทบกับการทำงานในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น พล.อ.อประยุทธ์ ยืนยันว่า การทำงานของพรรคร่วมเป็นไปด้วยดี ขออย่านำเป็นประเด็น เป็นเรื่องภายในที่จะบริหารกันเองได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญได้อธิบายไปหมดแล้วถึงความจำเป็น หลักการและเหตุผล อีกทั้งงบประมาณที่จะซื้อก็เป็นงบของกองทัพเรือ และได้แก้งบประมาณปี 2563 ไปแล้วส่วนหนึ่งว่าโครงการใดที่เป็นโครงการต่อเนื่องมีความจำเป็นหรือไม่ ดังนั้น การจัดซื้อเรือดำน้ำจะได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการงบฯ

          “โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด ความขัดแย้งมีเยอะหรือไม่ ไม่ได้มีไว้สู้กับใครแต่เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ และที่สำคัญเป็นงบของกองทัพเรือ สุดแล้วแต่จะพิจารณาอย่างไร วันหน้าทุกคนต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่ผมคนเดียว เป็นเรื่องของมติหลายคนหลายพรรค…อะไรก็ตามที่จะสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้เราไม่ใช่เพื่อใครทั้งสิ้น แต่เพื่อประเทศและประชาชน เป็นทรัพยากรของชาติ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว