ช้าแต่ชัวร์

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอมาในแนว “ช้าแต่ชัวร์” เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจ และไม่เร่งรัดสิ่งต่าง ๆ ที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น เพราะเราเห็นกันมาหลายครั้งแล้วว่า “มาเร็ว เคลมเร็ว” ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่วนลูปแบบนี้เป็นประจำ  จึงรู้สึกแฮปปี้มาก ๆ ที่วันนี้เห็น “แรงซื้อ แรงขาย” ยื้อกันไปมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ 1,322.55 จุด บวกไป 6.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.86 หมื่นล้านบาทท่ามกลางบรรยากาศที่เหงานิด ๆ พะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้ “โมนิก้า” ขอมาในแนว “ช้าแต่ชัวร์” เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจ และไม่เร่งรัดสิ่งต่าง ๆ ที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น เพราะเราเห็นกันมาหลายครั้งแล้วว่า “มาเร็ว เคลมเร็ว” ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่วนลูปแบบนี้เป็นประจำ  จึงรู้สึกแฮปปี้มาก ๆ ที่วันนี้เห็น “แรงซื้อ แรงขาย” ยื้อกันไปมาตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ 1,322.55 จุด บวกไป 6.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.86 หมื่นล้านบาทท่ามกลางบรรยากาศที่เหงานิด ๆ พะยะค่ะ

*ถามว่า สมควรดีใจตรงไหน ? “โมนิก้า” พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า แรงซื้อน้อยก็จริง แต่แรงขายก็น้อย จึงมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะรักษาฐานแนวรับ 1,300 จุดได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับเปิดโอกาสให้ดัชนีทำทางขึ้นไปตั้งฐานที่สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเวียนกลุ่มหุ้นที่เล่นกันไปเรื่อย ๆ เดี๊ยนถึงรู้สึกสบายใจสุด ๆ เมื่อทุกอย่างเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้าวันละนิดวันละหน่อยเจ้าค่ะ

*ข้อมูลดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นว่า ทุกอย่างมันมีเหตุผลอธิบายในตัวของมันเอง เพียงแต่นักเล่นจะมองเห็นเหมือนกับที่เดี๊ยนเห็นหรือเปล่า ? หรือแม้กระทั่งปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเวลานี้ มันก็เป็นคนละส่วนกับการลงทุนในตลาดหุ้น (ข้อมูลในอดีตฟ้องว่า ตลาดหุ้นให้ความสำคัญกับการเมืองน้อยมาก) จึงเป็นที่มาของการไม่ให้ราคาในเรื่องดังกล่าวนะจะบอกให้

*เนื่องจากในตลาดหุ้นยังมีเรื่องราวที่ต้องทำความเข้าใจอีกเยอะแยะ “โมนิก้า” ถึงต้องศึกษาพฤติกรรมของหุ้นแต่ละตัวอย่างลึกซึ้ง เพื่อเอามาใช้อธิบายแฟนคลับขาประจำได้มีข้อมูลประกอบการเคาะขวา โดยเฉพาะการ “ลากขึ้น ลากลง” ของหุ้นถุงมือยาง STGT ก่อนจะจบลงด้วยการยืนปิดที่ 70.25 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.80 พันล้านบาท เดี๊ยนคงบอกได้แค่ว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์เป็นหลักนะคะ

*ส่วนในรายของหุ้น SAWAD เด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 47.75 บาท บวกไป 4.25 บาท หรือขึ้นไป 9.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.64 พันล้านบาท พร้อมกับมีคำอธิบายรอบใหม่ออกมาในทำนองว่า ผลงานในครึ่งปีหลังยังโตตามแผน บวกกับความกังวลเรื่องแบงก์รัฐกระโดดลงมาแข่ง ก็ถูกนักเล่นลืมเลือนหายไปหมดสิ้น จึงกลายเป็นช็อตโหนกระแสที่ต้องเกาะเกี่ยวให้ดีเจ้าค่ะ

*คล้ายกับกรณีของหุ้นสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่ VGI ถูกดันพรวดเดียวขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.80 บาท บวกไป 0.85 บาท หรือขึ้นไป 14.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 767 ล้านบาท ก็มาจากประเด็นเอาเคอรี่ฯเข้าตลาด ทุกคนเลยมองไปในแนวทางเดียวกันว่า แวลูของแม่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่จะทำให้ขาลุยไล่ราคาหุ้นตัวนี้อีกพักใหญ่ ๆ ก็เท่านั้นเองจ้า !

*ส่วนรายที่เล่นกันหลายรอบอย่างกวงเจริญ KCE ก็เป็นช็อตของการ “เล่นสั้น” มากกว่า “เล่นยาว” เพราะเป็นเวลาร่วมเดือนที่ราคาหุ้นขยับไปมาที่บริเวณ 26-31 บาท “โมนิก้า” เลยไม่มีเหตุผลอื่นมาอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากให้นักเล่นเผื่อใจกับเรื่องดังกล่าวสักหน่อย เพราะโอกาสที่ราคาหุ้นจะขยับขึ้นไปไกลกว่านี้ มันไม่เปิดกว้างเหมือนที่เรา ๆ ท่าน ๆ เข้าใจกันมาตลอดนะซี

*เช่นเดียวกับสถานการณ์ของหุ้น NER หลังจากกระชากขึ้นอย่างร้อนแรง ต่อจากนั้นโดนขายหนักแบบไม่มองหน้ากันเลย จนสุดท้ายตั้งฐานได้ที่บริเวณ 3.20 บาทมาสักพักหนึ่ง ก่อนจะวิ่งกลับขึ้นมาปิดที่ 3.40 บาท บวกไป 0.16 บาท หรือขึ้นไป 4.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 627 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ต้องโดนทดสอบแรงขายอีกพักหนึ่งเช่นกัน ต่อจากนั้นถึงจะเป็นรอบขึ้นแบบจริงจังนะตัวเอง

*ส่วนรายที่แอบขยับขึ้นแบบช้า ๆ อย่างหุ้น AWC กลายเป็นช็อตที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจไม่แพ้กับหุ้นตัวอื่น ๆ เพราะเมื่อมองในมุมของการทำธุรกิจที่เริ่ม “ลืมตาอ้าปาก” ได้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมทั้งการใช้โปรโมชั่นลดราคาห้องพักแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ เพื่อให้ธุรกิจมีเงินสดไหลเข้ามาหล่อเลี้ยง ทำให้เชื่อได้ว่า ผลงานไตรมาส 3 น่าจะกระเตื้องขึ้น ราคาหุ้นถึงบวกต่อเนื่อง 3 วันติด ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 4.02 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 408 ล้านบาทแบบนี้..ก็ต้องลุยต่อซิคะ