SMT บวกแรง 9% รับผลดีบาทอ่อน-ลุ้นกำไร Q3/63 โตดี แนะซื้อเคาะเป้า 3 บ.

SMT บวกแรง 9% รับผลดีบาทอ่อน-ลุ้นกำไร Q3/63 โตดี แนะซื้อเคาะเป้า 3 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT  ณ เวลา 14.79 น. อยู่ที่ระดับ 2.72 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 8.80% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 69.94 ล้านบาท

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(9ก.ย.63) กลยุทธ์การลงทุน : แม้จะมีจิตวิทยาบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่ฟื้น และความคืบหน้าวัคซีน แต่ยังถูกกดดันจากภายใน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมือง ผสาน SET ซื้อขายที่ PER2021F 17.1X ดังนั้นพอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงถือหุ้นเพียง 25%

ส่วนการเก็งกำไรเน้นหุ้นแนวโน้มกำไร 3Q20 น่าจะดี TU, CPF, KCE, SMT, WICE, TASCO, ICHI, OSP, HTC, SPALI นอกจากนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่ารอบใหม่เช้านี้เงินบาทดีดเหนือ 31.4 บาทต่อเหรียญฯเป็นบวกต่อ TU, CPF, KCE, HANA, SMT, SAPPE, XO

โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะ”ซื้อ”หุ้นบ SMT ให้ราคาเป้าหมาย 3 บาท เนื่องจากมีมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวได้เร็ว ประกอบกับบริษัทมีจุดเด่นความพร้อมด้านการผลิต และบริหาร supply chain เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้ดีขึ้น ทำให้รองรับคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม รวมทั้งไม่พบปัจจัยลบใหม่ที่กระทบปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ คงมุมมองต่อปัจจัยพื้นฐานบริษัทคาดครึ่งปีหลังดีต่อเนื่อง โดยมองว่าการเหวี่ยงตัวลงของหุ้น SMT น่าจะมีสาเหตุจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่จากที่ตลาดรับรู้, SMT อยู่ในช่วงสร้างฐานรายได้และขยายลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากลูกค้าไม่กี่ราย ทำให้อาจมีความเสี่ยงจากคำสั่งซื้อมีความไม่แน่นอน และ ราคาหุ้นปรับขึ้น outperform กลุ่มฯ และ SET ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร

นอกจากนี้ คาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะมีกำไรปกติ +48 ล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุน -71 ล้านบาท ในครึ่งหลังปี 62  และกำไรปกติ +5 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกมีปัจจัยบวกจากยอดขายเติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และครึ่งปีก่อนตามการส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้นทั้ง 3 กลุ่มหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Optics สำหรับสินค้า Telecom และมี gross margin เฉลี่ยราว 17.4% ดีขึ้นจาก 8.6% ในครึ่งหลังปี 62

ส่วนปี 2564 คาดมีกำไร 129 ล้านบาท (+137% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) เติบโตก้าวกระโดดจากปี 2563 เนื่องจากคาดยอดขาย (+27% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) เติบโตดีขึ้นจากการเพิ่มคำสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่บางส่วน (กลุ่ม Optics สำหรับ Telecom) รวมทั้งมีคำสั่งซื้อสินค้าในกลุ่ม PCBA/Box build สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม และ Audio product นอกจากนี้ คาดว่า Gross margin จะดีขึ้นเป็น 19.3% และค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายมีสัดส่วนลดลง

ทั้งนี้ การเปิดให้นักธุรกิจต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ จะเป็นโอกาสขยายฐานลูกค้าและสินค้าใหม่ที่บริษัทมีการติดต่อกับลูกค้าใหม่ไว้บางส่วน เบื้องต้นผู้บริหารคาดว่า กลุ่ม Optics จะขยายตลาดสู่สินค้าในกลุ่ม Auto และกลุ่ม PCBA/Box build จะขยายตลาดในกลุ่ม Medical devices ทั้งนี้หากบริษัทสามารถเพิ่มฐานลูกค้าในสินค้าใหม่ตามแผน โดยคาดว่าจะเป็น Upside ต่อประมาณการปี 64 เป็นต้นไป

คำค้น