ไว้ใจไม่ได้

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยน่าจะแปรปรวนต่อไปไม่แพ้สภาพ “ดิน ฟ้า อากาศ” น้องโมถึงกับต้องเตรียมตัวรับมือด้วยการเกาะติดตลาดทั่วโลกตลอดเวลาเหมือนปลิงทีเดียวเชียวแหละ เพราะสถานการณ์ของตลาดหุ้นที่ดีดขึ้นเป็นม้าคึก ก่อนจะทำท่าไปไม่รอด และสุดท้ายก็อ่อนปวกเปียกลงมาซะอย่างนั้น ! ทำให้รู้ว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่จะไว้วางใจได้เจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยน่าจะแปรปรวนต่อไปไม่แพ้สภาพ “ดิน ฟ้า อากาศ” น้องโมถึงกับต้องเตรียมตัวรับมือด้วยการเกาะติดตลาดทั่วโลกตลอดเวลาเหมือนปลิงทีเดียวเชียวแหละ เพราะสถานการณ์ของตลาดหุ้นที่ดีดขึ้นเป็นม้าคึก ก่อนจะทำท่าไปไม่รอด และสุดท้ายก็อ่อนปวกเปียกลงมาซะอย่างนั้น ! ทำให้รู้ว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่จะไว้วางใจได้เจ้าค่ะ

*ประเด็นเหล่านี้ทำให้หลายคนลงความเห็นเหมือนกันว่า การทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,256.40 จุด ก่อนจะโดนทิ้งลงมาปิดที่ 1,244.94 จุด ลบไป 2.52 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.56 หมื่นล้านบาท ดูจากรูปการณ์แล้วเป็นการลากขึ้นไปเชือด เพื่อหาโอกาสทำกำไรตอนหุ้นลงไปหนักเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อเหลือบดูนักลงทุนสถาบันและต่างชาติยังขายกันไม่ยั้ง มันไม่ได้ทำให้ใจชื้นขึ้นมาเลยสักนิด

*ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้นักลงทุนเกิดอาการหวั่นใจตลอดเวลา เพราะมีหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัวที่ยืนระยะได้ค่อนข้างดี ส่วนที่เหลือก็ออกอาการฝืดกันอย่างถ้วนหน้า ขณะที่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กก็เล่นกันแบบฉาบฉวย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในจังหวะนี้เหมือนรถไฟเหาะตีลังกา ซึ่งคงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่รักสนุก แต่สำหรับบางคนที่ไม่ทันเกมคงจะหายใจไม่ทั่วท้องแน่นอนเจ้าค่ะ

*เฉกเช่น PTTEP ยังคงเคลื่อนไหวแบบอืดอาด และแกว่งตัวลงตลอดเวลา ล่าสุดซึมตัวลงมาปิดที่ระดับ 78.75 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือ 2.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.08 พันล้านบาท การที่ราคาลงมาปิดต่ำกว่าระดับ 80 บาทนั้น ต้องยอมรับว่ามีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของนักลงทุนอยู่ไม่น้อย เหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าหุ้นยังลงต่อได้อีก ทางที่ดีควรรอให้หุ้นเด้งแล้วค่อยซื้อจะดีกว่านะคะ

*กรณีของ STA กลายเป็นหุ้นที่มีเรื่องให้พูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน จากการเคลื่อนไหวของราคาที่น่าสนใจ แถมยังมีสตอรี่ดี ๆ ให้หยิบยกขึ้นมาซัพพอร์ตได้อีกต่างหาก วานนี้ถึงเห็นหุ้นลงมาปิดที่ระดับ 26.50 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 6.19% ด้วยมูลค่า 1.25 พันล้านบาท เดี๊ยนมองว่ามันเป็นเพียงผลกระทบสั้น ๆ แต่ถ้าดูยาว ๆ ยังมีเรื่องของออเดอร์ที่ทำให้กินกำไรได้ยาว ๆ คอยบิลต์ให้หุ้นดีดกลับได้อีกครั้งนะคะ

*เม้าท์ถึงเรื่องนี้ก็ต้องกันมาดู MINT หลังจากหุ้นโดนถล่มอย่างหนักหน่วงไม่เว้นแต่ละวัน จนล่าสุดหุ้นรูดลงมาปิดที่ 20.10 บาท ลบไป 0.60 บาท หรือลงไป 2.90% ด้วยมูลค่า 1.42 พันล้านบาท หลังจาก “โมนิก้า” ได้เห็นราคาหุ้นที่ซึมตัวมาสักระยะ ทำให้เชื่อว่าแรงขายใกล้สะเด็ดน้ำ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากต้องคอยลุ้นให้หุ้นเด้งขึ้นแรง ๆ เพื่อทำให้มิตรรักแฟนเพลงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง

*ส่วนในรายของ CPW มาแรงผิดหูผิดตา ล่าสุดหุ้นทะยานขึ้นไปปิดที่ระดับ 2.24 บาท บวก 0.25 บาท หรือบวกไป 12.56% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150.35 ล้านบาท แต่สิ่งที่ “โมนิก้า” เห็น กลับเป็นเพียงแค่วัฏจักรซ้ำซากที่พอเข้าช่วงไฮซีซั่นราคาก็พุ่งเอาพุ่งเอา แต่พอหมดช่วงก็สะบัดตูดแยกย้ายกันหมด หากใครที่คิดจะลองเสี่ยงก็ต้องดูทิศทางลมให้ดีเดี๋ยวจะหาว่าเดี๊ยนไม่เตือน

*ด้านหุ้น PSL เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาดีดกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 5.15 บาท บวกไป 0.39 บาท หรือขึ้นไป 8.19% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 243.37 ล้านบาท หลังถูกสกัดขาล้มไปแค่ 1 วัน ทำให้เดี๊ยนคันไม้คันมืออยากสะกิดไว้สักนิดว่าถ้าราคาวิ่งขึ้นไปใกล้บริเวณ 5.35 บาท ให้รีบคว้าโอกาสขายล็อกกำไรไว้เพื่อความปลอดภัยไว้จะดีกว่า เพราะน้องโมไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เมื่อมีกำไรก็ให้รีบขาย ง่าย ๆ เท่านี้เองเจ้าค่ะ

*ปิดท้ายที่หุ้นขนส่งโลจิสติกส์อย่าง JWD กลับมาคึกคักรอบใหม่ หลังนักลงทุนกลับมาไล่ซื้อหุ้น 3 วันติด ! ทำให้ราคาปิดวันศุกร์มาอยู่ที่ระดับ 7.70 บาท บวก 0.45 บาท หรือ 6.21% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 117.18 ล้านบาท ประโคมข่าวด้วยสัญญาณธุรกิจครึ่งปีหลังกลับมาเติบโตดี แถมสัญญาณทางเทคนิคเป็นขาขึ้นเต็มตัว “โมนิก้า” ว่าราคามีลุ้นทดสอบเป้าหมาย 9.50 บาทได้ไม่ยากเจ้าค่ะ