สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 8 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 8 ต.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่แสดงมุมมองบวกว่า มีแนวโน้มสูงที่ทำเนียบขาวจะบรรลุข้อตกลงกับพรรคเดโมแครตเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมสายการบิน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,425.51 จุด เพิ่มขึ้น 122.05 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,446.83 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด หรือ +0.80% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,420.98 จุด เพิ่มขึ้น 56.38 จุด หรือ +0.50%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐ แม้ยังคงมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในยุโรปก็ตาม

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.78% ปิดที่ 368.31 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,911.94 จุด เพิ่มขึ้น 29.94 จุด หรือ +0.61%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,042.21 จุด เพิ่มขึ้น 113.64 จุด หรือ +0.88% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,978.03 จุด เพิ่มขึ้น 31.78 จุด หรือ +0.53%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) แสดงความหวังว่ามีความเป็นไปได้ในการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรปหลังจาก Brexit รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นนั้นทำให้อังกฤษต้องออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดครั้งใหม่

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,978.03 จุด เพิ่มขึ้น 31.78 จุด หรือ +0.53%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) หลังจากมีรายงานว่า อิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคน “เดลต้า” ส่งผลให้ผลิตน้ำมันในอ่าวต้องถูกระงับลงมากกว่า 90% นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 1.24 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 41.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.35 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 43.34 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) ขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงมุมมองบวกว่า มีแนวโน้มสูงที่ทำเนียบขาวจะบรรลุข้อตกลงกับพรรคเดโมแครตเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.3 ดอลลาร์ หรือ 0.23% ปิดที่ 1,895.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 23.876 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.8 ดอลลาร์ หรือ 0.32% ปิดที่ 864 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 20.90 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ปิดที่ 2,403 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่ซบเซา ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.04% แตะที่ 93.6040

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.01 เยน จากระดับ 106.03 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9171 ฟรังก์ จากระดับ 0.9172 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3199 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3267 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1758 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1765 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2933 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2910 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7163 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7140 ดอลลาร์สหรัฐ