Synology แนะองค์กรไทยปี 69 เร่งสร้าง Cyber Resilience รับความเสี่ยงไซเบอร์ซับซ้อน

Synology ระบุองค์กรไทยปี 69 ต้องเร่งเสริม Cyber Resilience รับภัยไซเบอร์ซับซ้อนขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจดิจิทัลโตเร็ว ข้อมูลกระจายหลายระบบ และความเสี่ยงแรนซัมแวร์ยังสูง


นายแอนโทนี่ หยาง หัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด หรือ Synology เปิดเผยว่า เมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ปี 2569 แนวคิดเรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้ระบบยังคงทำงานได้เท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่สะดุด แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภูมิภาคที่เร่งตัวขึ้น แม้เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ แต่ก็ทำให้ระดับความเสี่ยงด้านไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับประเทศไทย Synology ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่คาดว่าจะมีมูลค่าแตะกว่า 4.8 ล้านล้านบาท และขยายตัวเร็วกว่าภาพรวมผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP มากกว่าสองเท่า สะท้อนว่าระบบดิจิทัลกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและคลาวด์มาใช้ ส่งผลให้ข้อมูลและระบบงานกระจายอยู่ในหลายสภาพแวดล้อม เพิ่มความซับซ้อนทั้งด้านการบริหารจัดการและการปกป้องข้อมูล

ขณะเดียวกัน ข้อมูลล่าสุดยังชี้ว่า ประเทศไทยเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ย 3,200 ครั้งต่อสัปดาห์ และพบเหตุการณ์ไซเบอร์มากกว่า 1,000 กรณีในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 โดยภัยคุกคามหลักยังเป็นแรนซัมแวร์ การรั่วไหลของข้อมูล และการโจมตีผ่านข้อมูลรับรองผู้ใช้งาน สะท้อนว่า Cybersecurity ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ

Synology ระบุด้วยว่า บทเรียนจากปี 2568 ทำให้องค์กรไทยต้องทบทวนแนวทางการปกป้องข้อมูลอย่างจริงจัง หลังตรวจพบเหตุการณ์แรนซัมแวร์มากกว่า 109,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน รูปแบบการโจมตียังมีความซับซ้อนมากขึ้น และเริ่มมุ่งเป้าไปยังระบบสำรองข้อมูล ซึ่งเดิมถูกมองว่าเป็นแนวป้องกันสุดท้ายขององค์กร ทำให้แนวทางสำรองข้อมูลแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

โดยองค์กรจำเป็นต้องดูแลข้อมูลที่กระจายอยู่ทั้งในระบบ on-premises, คลาวด์ และ SaaS ส่งผลให้การบริหารจัดการและการกู้คืนข้อมูลมีความซับซ้อนมากขึ้น หลายองค์กรจึงเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากการพยายามป้องกันทุกความเสี่ยง ไปสู่การให้ความสำคัญกับความสามารถในการกู้คืนระบบและข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นหัวใจของความยืดหยุ่นทางธุรกิจ หรือ Cyber Resilience

สำหรับการเตรียมความพร้อมในปี 2569 Synology มองว่า องค์กรควรมุ่งสร้างโครงสร้างข้อมูลที่ยืดหยุ่น รองรับสภาพแวดล้อมแบบ Hybrid และ Multi-Cloud ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของภาคธุรกิจ เนื่องจากองค์กรต้องบริหารทั้งระบบภายใน เครื่องเสมือน แอปพลิเคชัน SaaS และคลาวด์สาธารณะ ทำให้การมองเห็นข้อมูลจากศูนย์กลางและการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกันมีความสำคัญมากขึ้น

นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล หรือ Data Integrity ยังถูกยกให้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการรับมือแรนซัมแวร์ โดยมีการนำเทคโนโลยีอย่าง Immutable Storage การตรวจจับความผิดปกติ และการตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสามารถกู้คืนและกลับมาใช้งานได้จริง ขณะเดียวกัน ความสามารถในการขยายระบบ หรือ Scalability ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพิ่มภาระในการบริหารจัดการมากเกินไป

Synology ระบุว่า ในเศรษฐกิจดิจิทัล ข้อมูลถือเป็นรากฐานของนวัตกรรม ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และประสบการณ์ลูกค้า องค์กรที่สามารถปกป้องและกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จะได้เปรียบทั้งในด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยบริษัทได้พัฒนาโซลูชัน Synology ActiveProtect Appliance เพื่อรวมความสามารถด้านการบริหารจัดการ การป้องกัน และการขยายระบบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อลดความซับซ้อนและเสริมความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ขององค์กรในระยะยาว

Back to top button