ชู 2 หุ้นยานยนต์ตัวท็อป ลุ้นราคาดีดแรงรับพื้นฐานแกร่ง!

ชู 2 หุ้นยานยนต์ตัวท็อป ลุ้นราคาดีดแรงรับพื้นฐานแกร่ง!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นหุ้นที่ผลการดำเนินงานเริ่มฟื้นตัวโดดเด่น

โดย บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ (15 ต.ค.2563) ว่า กลุ่มยานยนต์เริ่มเห็นการฟื้นตัว โดยยอดผลิตรถยนต์ได้ฟื้นตัวขึ้นมาจากเดือน เมษายน ช่วงล๊อคดาวน์ที่ผลิตได้ 24,711 คัน มาเป็น 117,253 คัน ในเดือนสิงหาคม ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศที่ 68,883 คัน (เดือน สค.) ที่ฟื้นตัวขึ้นมาถึง 16% จากเดือนก่อน

ขณะที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยืนยันคาดการณ์การผลิตรถยนต์ที่ 1.4 ล้านคันในปีนี้ แม้ว่ายอดผลิต 8 เดือนทำได้ 58% ของคาดการณ์ ซึ่งยอดอีก 4 เดือนหลังจะเห็นการฟื้นตัวที่ต่อเนื่อง สำหรับกำไรไตรมาส 3/2563 คาดบริษัทในกลุ่มจะพลิกกลับมารายงานเป็นกำไรได้ หลังจากที่รายงานขาดทุนไปในไตรมาส 2/2563

ด้าน Fundamental: ได้ปรับน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มขึ้นเป็น NEUTRAL จากเดิมที่ underweight โดยชอบ SAT (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.9 บาท) และ STANLY (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 163 บาท) มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม นายณัฐขจร ญาณภิรัต รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการเงิน บัญชี และเทคโนโลยีสารสนเทศ บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้จะปรับตัวลดลงประมาณ 35% เป็นไปตามยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศที่คาดจะลดลงมาเหลือ 1.3 ล้านคัน จากปีก่อนอยู่ที่ 2.01 ล้านคัน เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์หยุดเดินเครื่องผลิตรถยนต์ชั่วคราวในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.63 รวมถึงความต้องการรถยนต์ในประเทศและปริมาณการส่งออกก็ลดลงไปด้วย

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ายอดการผลิตรถยนต์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/63 ซึ่งมียอดการผลิตเหลืออยู่เพียง 1.7 แสนคัน ทำให้โดยครึ่งแรกของปีนี้มียอดผลิตรถยนต์ราว 6 แสนคัน โดยคาดว่าตลาดจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประเมินยอดการผลิตรถยนต์จะเพิ่มเข้ามาอีก 7 แสนคัน หรือไตรมาสละ 3.5 แสนคัน และส่งผลให้ Utilization ของบริษัทจะฟื้นกลับขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ย 50% จากไตรมาส 2/63 อยู่ที่ราว 26% ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้เติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 2,644.67 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีหน้าจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะกลับมาเติบโตเท่ากับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 หรือประมาณ 1.7-1.8 ล้านคัน จากสมมติฐานคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยที่คาดจะเติบโตได้ดีขึ้นจากที่ติดลบในปีนี้ หากเป็นไปตามคาดการณ์ก็จะส่งผลดีกับบริษัทที่จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

ส่วนการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังเดินหน้าแผนการลงทุนตามที่ได้วางงบลงทุนไว้ 200 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงไลน์การผลิตใหม่ รองรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

สำหรับบริษัทร่วมทุน บริษัท สมบูรณ์ เซี่ยซัน เทค จำกัด (Somboon Siasun Tech Co.,Ltd) โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 50% และ Shenyang Siasun Robot&Automation Co.,Ltd (SIASUN) ถือหุ้นในสัดส่วนราว 49% เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการ System Integration อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร และอุตสาหกรรมเครื่องจักรในประเทศไทย ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้ว โดยคาดว่าหากโควิด-19 คลี่คลายจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

 

คำค้น