ผู้ถือหุ้น IVF ไฟเขียวแจก IVF-W1 กางแผนลุย Fertility Ecosystem Platform

ผู้ถือหุ้น IVF มีมติเอกฉันท์ 100% อนุมัติปรับแผนใช้เงิน IPO พร้อมลุยออกใบสำคัญแสดงสิทธิ IVF-W1 เดินหน้ายกระดับธุรกิจสู่การเป็น Fertility Ecosystem Platform ปูทางสร้าง New S-Curve ในอนาคต


นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 100% อนุมัติการปรับสัดส่วนแผนการใช้เงินจากการเสนอขายหุ้น IPO และอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ IVF-W1 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ที่จะเป็น New S-Curve ของการเติบโตในอนาคต พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการยกระดับธุรกิจจากศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากสู่การเป็น “Fertility Ecosystem Platform” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตระยะใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ IVF ในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ไปสู่การสร้างระบบนิเวศการเจริญพันธุ์แบบครบวงจร (Fertility Ecosystem) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง ไปจนถึงบริการด้านสุขภาพและแพลตฟอร์มดิจิทัลในอนาคต การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจแต่เป็นการสร้างรากฐานของการเติบโตระยะใหม่” นางสาวเกศิณี กล่าว

เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว IVF จึงมุ่งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Related Businesses) ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของธุรกิจหลักใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

Health & Wellness Integration: การพัฒนาบริการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายก่อนและหลังการรักษา รวมถึงการสร้างศูนย์สุขภาพระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับสากล

Advanced Genomic Technology: การลงทุนในเทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและยกระดับอัตราความสำเร็จการตั้งครรภ์ (Success Rate)

Digital Health Platform: การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้คำปรึกษาและติดตามผลทางการแพทย์ทางไกล โดยไม่ถูกจำกัดระยะทางของผู้ใช้บริการ รองรับการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในด้านการบริหารโครงสร้างเงินทุน ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ IVF-W1 จำนวนไม่เกิน 137,500,000 หน่วย โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 3.2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ พร้อมกำหนดราคาใช้สิทธิที่ 0.70 บาทต่อหุ้น และมีอายุโครงการ 3 ปี ซึ่งผู้ถือสิทธิสามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ทุกๆ 6 เดือน ทั้งนี้ เครื่องมือทางการเงินดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน (Capital Flexibility) และเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการควบรวมกิจการ (M&A) หรือการร่วมทุนทางธุรกิจ (Joint Venture) โดยไม่ต้องเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืม

นางสาวเกศิณี กล่าวปิดท้ายว่า IVF-W1 ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงสร้างทุน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเดิมได้ร่วมเติบโตไปกับ IVF ซึ่งหากกลยุทธ์ Fertility Ecosystem สามารถขยายธุรกิจได้ตามแผน ผู้ถือหุ้นก็จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตนั้นร่วมกัน

ทั้งนี้ การที่ผู้ถือหุ้นมีมติสนับสนุนแผนดังกล่าวอย่างเป็นเอกฉันท์ 100% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางและวิสัยทัศน์ใหม่ขององค์กร ซึ่งมั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะใหม่ และช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ของภูมิภาค

Back to top button