ม.ศิลปากร ประณามใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สลายม็อบ-ร้องสื่อหลักเสนอข่าวรอบด้าน ไม่บิดเบือน

ม.ศิลปากร ออกแถลงการณ์ ประณามใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สลายม็อบ-ร้องสื่อหลักเสนอข่าวรอบด้าน ไม่บิดเบือน

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ออกแถลงการณ์ประณามการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และการเข้าสลายการชุมนุมในรุ่งสางของวันที่ 15 ตุลาคม 2563

โดยข้อความในแถลงการณ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากการชุมนุมประท้วงของประชาชนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ณ ทำเนียบรัฐบาล และได้มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมอื่นๆ ที่มีแนวคิดและความเห็นแตกต่างกัน จนทางรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และเริ่มการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงในเวลาถัดมา

ถึงแม้จะมีการประกาศยุติการชุมนุมอย่างสงบในเวลา 06.00 น. และเปลี่ยนไปชุมนุมเวลา 16.00 น. ณ สี่แยกราชประสงค์ ก็ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่ารัฐบาลได้สลายการชุมนุมที่สันติและทำร้ายประชาชนที่ไร้ซึ่งอาวุธในยามวิกาล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการสากล และยังสร้างความตื่นตระหนก ความหวาดกลัวต่อประชาชนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ตามที่เคยได้ประกาศจุดยืนสนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในการเข้าสลายการชุมนุม รวมไปถึงการยุยง ปลุกปั่น และสร้างข่าวเท็จเพื่อให้เกิดความเกลียดชังกัน

ขอประณามผู้มีอำนาจในการสั่งการปฏิบัติการณ์นี้ซึ่งกระทำโดยไร้ซึ่งมนุษยธรรม รวมไปถึงขอประณามกลุ่มบุคคลใดๆ ก็ตามที่สนับสนุนให้เกิดความรุนแรงขึ้น เหตุการณ์การสลายการชุมนุมถือเป็นการทำให้ประชาชนหมดสิ้นซึ่งความศรัทธาต่อความชอบธรรมในสังคม และทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศมีมลทินมัวหมอง เสื่อมเสียต่อสายตาประชาคมโลก

สโมสรนักศึกษาฯ ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่อยู่พื้นที่การชุมนุมในสถานการณ์ดังกล่าว และขอให้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจัดการสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้โดยที่ไม่มีความรุนแรงใด ๆ รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน

และขอเรียกร้องให้สื่อกระแสหลักทุกสำนักนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือน และไม่เสนอข่าวแค่ด้านใดด้านหนึ่ง ตามที่หลักจรรยาบรรณสื่อสารมวลชน ๒๓ ข้อได้กล่าวไว้ว่า “ต้องบริการคนส่วนรวม มิใช่บริการคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง (Serve the whole society, not just one “class”)”