ขึ้นเพื่อลง ?

*ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นไทยเด้งขึ้นแรงตามต่างประเทศทีไร “โมนิก้า” มักมีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ เป็นประจำ เพราะรู้ได้ทันทีว่า นี่เป็นการขึ้นตามกระแส ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเชื่อมั่นแม้แต่นิดเดียว ซึ่งทำให้การขึ้นในวันถัดไปเป็นเรื่องยากในทันที เพราะผู้เล่นจ้องขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงตลอดเวลา และยังทำให้ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในลักษณะ “ขึ้นเพื่อลง” ไงล่ะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นไทยเด้งขึ้นแรงตามต่างประเทศทีไร “โมนิก้า” มักมีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ เป็นประจำ เพราะรู้ได้ทันทีว่า นี่เป็นการขึ้นตามกระแส ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเชื่อมั่นแม้แต่นิดเดียว ซึ่งทำให้การขึ้นในวันถัดไปเป็นเรื่องยากในทันที เพราะผู้เล่นจ้องขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงตลอดเวลา และยังทำให้ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในลักษณะ “ขึ้นเพื่อลง” ไงล่ะค่ะ

*วันนี้ถึงต้องเม้าท์กันตามตรงว่า ในเมื่อภาพรวมยังไม่บรรเจิดอย่างที่ควรจะเป็น จึงไม่มีใครอยากถือหุ้นข้ามสัปดาห์อย่างแน่นอน ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 1,216.48 จุด บวกไป 5.81 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.44 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นเพียงการประวิงเวลาเพื่อรอข่าวดีเข้ามาเสริมสร้างกำลังใจ “โมนิก้า” ถึงมองบรรยากาศการเล่นในวันนี้คงไม่บันเทิงใจ เพราะไม่มีตัวชี้วัดไหนที่บอกให้รู้ว่า ทุกคนจะถือหุ้นยาวนะซี

*โดยเฉพาะในรายของเสือหลับอย่าง AOT กลายเป็นช็อตอันตรายสำหรับคนที่คิดจะเข้าไปลุย เพราะเมื่อมองดูจากผลงานที่เละตุ้มเป๊ะ และสังคมก่นด่าหัวเรือใหญ่ไม่ว่างเว้น ย่อมเป็นจุดที่สื่อสารให้ทุกคนได้รู้ว่า สถานการณ์ของหุ้นไม่น่าจะดีขึ้นในเร็ววัน และการยืนปิดที่ 55 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.26 พันล้านบาท ก็มีสิทธิ์โดนล่อเป้าอีกหนพะยะค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ IVL ก็อยู่ในข่ายหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมองในมุมของธุรกิจปิโตรเคมีที่ยังย่ำแย่ “โมนิก้า” ย่อมมองไม่เห็นโอกาสที่หุ้นไปแบบสวย ๆ และการโค้งตัวลงรอบใหม่น่าจะบอกอะไรให้รู้หลายอย่าง เดี๊ยนเลยอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 23.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 756 ล้านบาท มันใช่เรื่องที่จะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอะป่าว ?

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องยกเคสของหุ้น AWC เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจพวกอยากลองของว่า สถานการณ์ของธุรกิจอยู่ในช่วงดาวน์สุด ราคาหุ้นก็ต้องลงแบบไม่มีข้อแม้อะไรทั้งสิ้น จึงมองไม่เห็นหนทางที่จะทำให้ราคาหุ้นวิ่งกลับขึ้นไปได้ในเร็ววัน และการยืนปิดที่ 3.02 บาท ลบไป 0.08 บาท หรือลงไป 2.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 135 ล้านบาท ก็คงไม่ใช่จุดต่ำสุดของเที่ยวนี้แน่ ๆ เจ้าค่ะ

*คล้ายคลึงกับกรณีของหุ้นดีแตก DTAC ตกอยู่ในภาวะซึมลงต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือนครึ่ง จนส่อแววจะลงไปทำ double low ที่บริเวณ 27 บาทอีกครั้งแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสุด ๆ เพราะวานนี้หุ้นเพิ่งลงมายืนที่ 31 บาท ลบไป 0.25 บาท หรือลงไป 0.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 213 ล้านบาท จึงเหลือช่องให้ไหลลงอีกบานตะไท เลยอยากเตือนให้แฟนคลับระวังตัวกันหน่อยนะจ๊ะ

*ขนาดหุ้นตัวเทพอย่าง GPSC ซึ่งหลายคนลงความเห็นว่า แน่ ๆ เก๋า ๆ ยังโดนรินหุ้นออกมาตลอดเวลา จนราคาหุ้นไหลลงจากระดับ 80 บาท ลงมานอนกองอยู่ที่ระดับ 54 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 341 ล้านบาท ชนิดที่ไร้เรี่ยวแรงขัดขืน “โมนิก้า” ตีความได้เพียงอย่างเดียวว่า กองทุนไม่เอา ! ซึ่งอาจทำให้ราคาหุ้นไหลลงไปหาโลว์เดิมที่บริเวณ 45 บาทเจ้าค่ะ

*อีกรายที่อยู่ในภาวะทรุดหนักร่วมสัปดาห์ “โมนิก้า” คงชี้เป้าไปที่หุ้นนายหน้าขายประกัน TQM เป็นรายแรก เพราะแรงขายที่ออกมาเที่ยวนี้เกิดจากกองทุนล้วน ๆ ไม่มีแมงเม่าเข้ามาเอี่ยวเลยสักเท่าไหร่ ! จึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่ 111.50 บาท ลบไป 4 บาท หรือลงไป 3.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 205 ล้านบาท เทียบกับค่า P/E 55 เท่า และค่า P/BV 15 เท่า มันทำให้หุ้นตัวนี้ยังน่าเล่นไหม ?

*ขนาดหุ้น WHA ภายใต้การบริหารงานหญิงแกร่งอย่างน้องจูน อุตส่าห์แบไต๋กันให้เห็นทุกมุมว่า ผลงานปี 63 สูสีกับปี 62 กันมาแล้ว ราคาหุ้นก็ควรอยู่ในระดับ 4.50-4.70 บาทเหมือนปีก่อน แต่วันนี้ราคาหุ้นกลับยืนอยู่ที่ระดับ 2.50 บาท ลบไป 0.06 บาท หรือลงไป 2.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 242 ล้านบาท จึงเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ผู้คนงงงวยกันเป็นแถบ และทำได้แค่เพียงดูสถานการณ์ต่อไปเรื่อย ๆ ว่า หุ้นจะลงมาถึง 2 บาทหรือเปล่าตัวเอง !