สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 27 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 27 ต.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (27 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลหลังจากโฆษกทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดี อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ก่อนที่บริษัทรายใหญ่อย่างไมโครซอฟท์และแอปเปิลจะเปิดเผยผลประกอบการ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,463.19 จุด ลดลง 222.19 จุด หรือ -0.80% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,390.68 จุด ลดลง 10.29 จุด หรือ -0.30% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,431.35 จุด เพิ่มขึ้น 72.41 จุด หรือ +0.64%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (27 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในทวีปยุโรป ซึ่งบดบังปัจจัยบวกในตลาดจากการที่บางบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.95% ปิดที่ 352.58 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,730.66 จุด ลดลง 85.46 จุด หรือ -1.77%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,063.57 จุด ลดลง 113.61 จุด หรือ -0.93% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,728.99 จุด ลดลง 63.02 จุด หรือ -1.09%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดจากการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 ในอังกฤษ ซึ่งบดบังปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการค้าหลัง Brexit ระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป รวมถึงการเปิดเผยผลประกอบการเชิงบวกจากธนาคารเอชเอสบีซี

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,728.99 จุด ลดลง 63.02 จุด หรือ -1.09%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ต.ค.) หลังมีรายงานว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐที่ดำเนินงานในอ่าวเม็กซิโกได้ระงับการผลิตลงเกือบ 50% เนื่องจากอิทธิพลของพายุ “ซีต้า” ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.01 ดอลลาร์ หรือ 2.6% ปิดที่ 39.57 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 1.9% ปิดที่ 41.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (27 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐปรับตัวลงในเดือนต.ค. อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 6.2 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 1,911.9  ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.61% ปิดที่ 24.57 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 9.4 ดอลลาร์ หรือ 1.07% ปิดที่ 886.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 14.80 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 2,353.90 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ต.ค.) หลังจากผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงในเดือนต.ค. อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.11% แตะที่ 92.9426

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.48 เยน จากระดับ 104.84 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3165 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3201 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.9076 ฟรังก์ จากระดับ 0.9073 ฟรังก์

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1810 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1812 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3055 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3018 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7132 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ  0.7125 ดอลลาร์สหรัฐ