“ธนารักษ์” เปิดยอดจองสิทธิบ้านพักผู้สูงวัย วันแรกทะลุเป้า เชื่อครบ 921 ยูนิต ในสิ้นเดือน

“กรมธนารักษ์” เปิดยอดจองสิทธิบ้านพักผู้สูงวัย วันแรกทะลุเป้า เชื่อครบ 921 ยูนิต ในสิ้นเดือน

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การจองสิทธิในโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์ ที่เปิดให้จองวันแรกในวันที่ 9 พ.ย.63 พบว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยมียอดจองในช่วงเช้า จำนวน 160 คน สูงกว่าที่คาดไว้ 100 คน ซึ่งคาดว่าจนถึงวันสุดท้ายที่เปิดจองสิทธิในวันที่ 30 พ.ย.นี้ จะมีประชาชนสนใจเข้ามาจองจนครบ 921 ยูนิต

ทั้งนี้ ถ้ามีการจองเกินในแต่ละประเภทห้อง ก็จะมีการจับฉลาก ซึ่งคาดว่าภายในกลางเดือน ธ.ค.63 จะได้ข้อสรุปทั้งหมดว่ามีจำนวนผู้จองเท่าใด และต้องมีการจับฉลากชนิดห้องใดบ้าง หรือจะเป็นการจับฉลากทั้งหมด

“ถ้า 921 ยูนิต มีการจองจนครบ ก็พร้อมที่จะเปิดเฟส 2 อีกประมาณ 900 กว่าห้องในพื้นที่โครงการเดิม ส่วนโครงการเฟส 1 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้กลางปี 2564 เพื่อให้คนที่ได้สิทธิเข้าอยู่ได้ทันตามกำหนดคือ ภายในปลายปี 2565” นายยุทธนา กล่าว

โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์ ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป.623 (บางส่วน) ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 20 ไร่ จำนวน 921 ยูนิต โดยมีราคาห้องพักเริ่มต้น 1.82-2.99 ล้านบาท (ราคารวมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า) โดยโครงการดังกล่าว เป็นโครงการนำร่องเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ของประเทศไทย และเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก จากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพ

สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 58 ปี ณ วันที่จองสิทธิ และ/หรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ณ วันที่เข้าพักอาศัยจริง และต้องมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ดี ไม่มีโรคหรืออาการของโรคอันเป็นอุปสรรคในการเข้าพักอาศัยภายในโครงการ โดยผู้สูงอายุจะต้องผ่านการคัดกรองสุขภาพตามหลักเกณฑ์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลก่อนจึงจะสามารถเข้าพักอาศัยได้ และสามารถพักอาศัยได้ไม่เกิน 2 คนต่อยูนิต

โดยให้ผู้ที่มีคุณสมบัติหลัก เป็นสัญชาติไทยอย่างน้อย 1 คน รวมทั้งสามารถยอมรับเงื่อนไขค่าใช้จ่ายตามที่โครงการกำหนด หรือยอมรับเงื่อนไขการขอสินเชื่อจากธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย และไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลอื่นได้ เว้นแต่ขายคืนให้แก่ผู้บริหารโครงการ แต่หากผู้ได้สิทธิ์ประสงค์จะออกจากโครงการก่อนระยะเวลาเช่า 30 ปี หรือเสียชีวิต สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันที โดยไม่ตกทอดแก่ทายาท ซึ่งผู้บริหารโครงการจะมีข้อกำหนดในการคืนเงินของผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยให้กับผู้รับผลประโยชน์