
“กรรณ์” มอง SET แข็งกว่าตลาดโลก หุ้นพลังงานหนุน
“กรรณ์ หทัยศรัทธา” ประเมินตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งกว่าตลาดโลก ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รับแรงหนุนจากหุ้นพลังงานและราคาน้ำมันยืนสูง ช่วยพยุงกำไรบริษัทจดทะเบียน พร้อมคงเป้าดัชนีไว้ที่ 1,560 จุด กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นเน้นกลุ่มธนาคาร ส่วนระยะกลางถึงยาว ชู BDMS เด่น
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า ประเมินตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัว หลังโครงสร้างตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน
โดยปัจจัยสำคัญมาจากน้ำหนักของหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงในตลาดหุ้นไทย ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันที่ยืนอยู่ในระดับสูงส่งผลเชิงบวกต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนบางส่วน โดย CGSI มองว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น “ในระดับพอเหมาะ” ยังเอื้อต่อแนวโน้มผลประกอบการของตลาด และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้มีการปรับเป้าหมายดัชนีขึ้นสู่ระดับ 1,560 จุด
ทั้งนี้แม้ตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับตลาดหุ้นต่างประเทศในบางวัน แต่เป็นผลจากโครงสร้างตลาดที่แตกต่างกัน โดยในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนระดับโลก หุ้นไทยมักได้รับการมองเป็นสินทรัพย์เชิงมูลค่า (Value Play) มากกว่าหุ้นเติบโตแบบที่พบในตลาดสหรัฐฯหรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่น
อย่างไรก็ดีระยะสั้นตลาดยังถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นธนาคาร หุ้นสื่อสาร และ DELTA ซึ่งมีผลต่อดัชนีค่อนข้างมาก ขณะที่หุ้นธนาคารยังเผชิญแรงกังวลเรื่องการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจอาจเพิ่มภาระต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในระยะถัดไป
CGSI ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของธนาคารพาณิชย์อาจยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างเต็มที่ เนื่องจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่เริ่มมีผลชัดขึ้นในช่วงปลายไตรมาส โดยคาดว่าผลกระทบที่ชัดเจนกว่าน่าจะปรากฏในไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน CGSI มองว่า หากเป็นการลงทุนระยะสั้นถึงกลาง กลุ่มธนาคารยังน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเชิงปันผล โดยอาจรอจังหวะหลังขึ้นเครื่องหมาย XD แล้วค่อยพิจารณาสะสมอีกครั้ง
ขณะที่การลงทุนระยะกลางถึงยาวยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS เนื่องจากราคาปรับตัวลดลงมาจาก 25 บาท เหลือประมาณ 18 บาท ลดลงกว่า 30% ซึ่งมองว่าเป็นราคาที่ลึกเกินไปและเป็นจังหวะในการซื้อสะสม
ตรงกันข้าม CGSI ยังไม่แนะนำให้น้ำหนักมากกับหุ้นที่อิงเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศ อาทิ กลุ่มค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และไฟแนนซ์ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคไทยยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน และยังมีแรงกดดันจากค่าครองชีพ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
ส่วนประเด็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง CGSI มองว่าอาจช่วยได้เพียงในเชิงอารมณ์การลงทุนระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเม็ดเงินที่อัดฉีดอาจถูกหักล้างด้วยภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น จึงเหมาะเป็นเพียงธีมเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการเข้าลงทุนไล่ราคา

