ส่อง 9 หุ้น “เคจีไอ” อัพเดทคำแนะนำ รับงบฯไตรมาส 3

ส่อง 9 หุ้น “เคจีไอ” ปรับคำแนะนำ หลังประกาศงบฯไตรมาส 3

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) ซึ่งได้มีการปรับคำแนะนำการลงทุน และราคาเป้าหมายหลายบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ภายหลังจากประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 สิ้นสุด 30 ก.ย.2563 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยพบว่า บล.เคจีไอ ปรับคำแนะนำจากซื้อเป็นถือ และเป็นขาย ทั้งหมด 3 บจ. คือ SEAFCO  ,M และ CPALL โดยมองว่าผลประกอบการลดลงหนัก และต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้คาดว่าราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (13 พ.ย.2563) โดยมี Report ตามปัจจัยพื้นฐาน ดังนี้

SEAFCO แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 4.0 บาท รายงานกำไร 3Q63 ลดลงหนักทั้งจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, จากไตรมาสก่อน และต่ำกว่าคาด ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯปี 2563 – 64 ลง -23.4% และ -49% ตามลำดับ โดยปัญหาหลักมาจากการขาดแคลนแรงงานและการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า คาดผลการดำเนินงานจะกลับสู่ระดับปกติในครึ่งปีหลังของปี 64 ดังนั้นจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย” (เดิม “ซื้อ”)

CPALL แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 67 บาท จากการประชุมนักวิเคราะห์ แม้ว่าแนวโน้มผการฟื้นตัวจะเป็นไปตามคาด แต่ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่าอัตราการเติบโตของกำไรในปีนี้จะต่ำกว่ากลุ่มฯ ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯปรับลดเป้าหมาย PE ลงสะท้อนคว่ามกังวลเรื่องดีลเทสโก้ ทำให้ Upside จำกัด จึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”)

CPN แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 58.5 บาท จากการประชุมนักวิเคราะห์ มุมมองเป็นบวกแนวโน้มการฟื้นตัวเริ่มชัดเจนขึ้น และคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2564 จะฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ PE ปี 2564 ยังต่ำเพียง 20.6 เท่า (-1.5 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยในอดีต)

ERW แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท รายงานผลขาดทุนในไตรมาส 3/2563 = 514 ล้านบาท เป็นไปตามคาด และเริ่มเห็นการฟื้นตัวของ RevPar แล้ว อย่างไรก็ดี DE ratio ที่ปัจจุบันสูงถึง 2.7 เท่า (Debt covenant ที่ 2.5 เท่า) ทำให้มีความเสี่ยงในเรื่องของสถานะทางการเงิน จึงยังคงแนะนำเพียง “ถือ”

LH แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 8.3 บาท รายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2563 = 1.74 พันล้านบาท (-6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, +36% จากไตรมาสก่อน) ดีกว่าคาด +9%และดีกว่า Consensus คาด +26% แนวโน้มผลการดำเนินงานยังดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/2563 จากการโอนโครงการบ้านแนวราบและโครงการคอนโดใหม่ 2 แห่ง ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

M แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 55 บาท รายงานกำไรไตรมาส 3/2563 = 465 ล้านบาท (-15.4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, +288% จากไตรมาสก่อน) ดีกว่าคาด +44% เป็นผลจากยอดขายที่ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด และอัตรากำไรที่มากกว่าคาด อย่างไรก็ดี Upside จำกัดแล้ว จึงแนะนำเพียง “ถือ” (ปรับลงจาก “ซื้อ”)

MINT แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 32 บาท รายงานขาดทุนจากการดำเนินงาน -4.8 พันล้านบาท ขาดทุนน้อยกว่าที่คาด ฝ่ายวิจัยฯประเมินการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานยังมีความเสี่ยงในยุโรป แต่ด้วย Sentiment บวกจากเรื่องความคืบหน้าวัคซีนและการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในระยะยาว จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

OSP แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯปี 2563 – 65 ขึ้น เฉลี่ยปีละ 2-3% จากสมมติฐานการขยายกำลังการผลิต C-Vitt คงคำแนะนำ “ซื้อ”

RS แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 24.6 บาท รายงานกำไรไตรมาส 3/2563 = 131 ล้านบาท (+20% จากไตรมาสก่อน, +41% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) เป็นไปตามคาด จากยอดขายธุรกิจค้าปลีกที่ดีขึ้น และยอดสื่อโฆษณาที่เพิ่มขึ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

 

 

คำค้น