“ดาวน์ฟิวเจอส์” พุ่ง 500 จุด หลัง Moderna เผยวัคซีนต้าน “โควิด-19” ได้ผล 94.5%

“ดาวน์ฟิวเจอส์” พุ่ง 500 จุด หลัง Moderna เผยวัคซีนต้าน "โควิด-19" ได้ผล 94.5%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวลา 20.43 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 494 จุด หรือ 1.68% แตะที่ 29,905 จุด ภายหลังจากที่ผู้ผลิตยา Moderna ระบุว่าวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด 19 มีผลกว่า 94.5% จากการทดลองกับกลุ่มผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นบริษัทรายที่สองรองจาก Pfizer ที่เคยออกมาเปิดเผยว่าวัคซีนสามารถต้านโควิด-19 ได้มากกว่า 90% โดยการประกาศนี้ทำให้อเมริกาอาจมีผู้ผลิตยารายใหญ่ถึงสองเจ้าที่คาดว่าจะสามารถนำวัคซีนมาใช้ได้ จากการคาดการณ์แล้วหากทั้งสองบริษัทผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของตัวยา อเมริกาจะมีวัคซีนราว 60 ล้านโดซภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ ในช่วงปีหน้า ทั้งสองบริษัทนี้อาจผลิตวัคซีนได้มากถึงพันล้านโดส หรือมากกว่าที่ชาวอเมริกันต้องการซึ่งอยู่ที่ 330 ล้านคน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งสองบริษัทนี้อาจใช้เทคโนโลยีใหม่หรือที่เรียกว่า messenger RNA หรื อ mRNA ในการนำมาผลิตวัคซีนเพื่อจัดการกับการระบาดของโควิดที่กำลังเกิดขึ้น ท่ามกลางข่าวการผลิตวัคซีนทั้งสองบริษัทนี้ ทั้งในสหรัฐฯ และในยุโรปก็เริ่มมีโควิดระบาดเพิ่มขึ้นจนนำไปสู่การใช้มาตรการ lockdown อีกรอบแล้ว

ด้าน CNA รายงานว่า วัคซีนที่ผลิตจาก Moderna ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในที่อุณหภูมิเย็นเป็นพิเศษเหมือนกับวัคซีนที่บริษัท Pfizer ผลิต อาจทำให้ง่ายต่อการจัดจำหน่ายมากขึ้น ซึ่ง Moderna คาดว่าจะสามารถเก็บวัคซีนไว้ในตู้เย็นได้ด้วยอุณหภูมิที่ 2-8 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 วัน และอาจจะเก็บได้ยาวนานถึง 6 เดือนหากเก็บไว้ที่ความเย็นระดับ -2 องศาเซลเซียส

ขณะที่วัคซีนของ Pfizer นั้นต้องขนส่งและเก็บไว้ในอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส เป็นความเย็นระดับเดียวกับอุณหภูมิความหนาวของทวีปอาร์กติก ขณะที่ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นจะเก็บได้เพียง 5 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากบริษัท Moderna ระบุว่า มีผู้ที่เข้าร่วมการทดลองราว 30,000 คน สะท้อนให้เห็นว่าวัคซีนสามารถป้องกันโควิด-19 ได้ ขณะที่ข้อมูลจากวัคซีนของ Pfizer ยังไม่ชัดเจนนัก นอกจากนี้ การทดลองจาก Moderna กับคนติดเชื้อราว 95 คน พบว่ามีราว 11 คนที่มีอาการหนักและยาไม่ส่งผลต่อการรักษา ซึ่งใน 95 คนที่ได้รับการทดลองยานี้ก็มีหลายกลุ่มแตกต่างกัน มี 15 คนที่เป็นคนสูงวัยอายุ 65 ปี และอาวุโสกว่านั้น และมี 20 คนที่ต่างเชื้อชาติกัน

อนึ่ง บริษัท Moderna นั้นถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ร่วมอยู่ในโครงการ Operation Warp Speed ของสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะผลิตวัคซีนได้ราว 20 ล้านโดสภายในปีนี้ ซึ่งบริษัท Moderna ได้รับทุนในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนราว 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยตามความตกลงนั้นจะต้องผลิตให้ได้ 100 ล้านโดสจะเป็นเงินมูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทางบริษัทคาดหวังว่าจะสามารถผลิตวัคซีนได้ 500 – 1,000 ล้านโดสในปี 2021 โดยจะผลิตทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับความต้องการ