วาจาส่อภูมิรู้

จู่ ๆ ก็มีคำประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ภายใต้กำกับและลงนามโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตีพิมพ์และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา

ขี่พายุทะลุฟ้า : ชาญชัย สงวนวงศ์

จู่ ๆ ก็มีคำประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ภายใต้กำกับและลงนามโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ .อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตีพิมพ์และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา

ระบุการยกเลิกเงื่อนไขให้ใช้ที่ดินส.ป.ก.เพื่อ การเกษตร” แต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถจะนำที่ดินส.ป.ก.ไปใช้เพื่อกิจการอื่นใดนอกเหนือจากพื้นที่ทำ การเกษตร” ได้

นโยบายเปลี่ยนที่ดินส.ป.ก.ให้เป็น โฉนดทองคำ” ซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียง ใกล้สู่ความเป็นจริงแล้ว

คำสั่งดังกล่าว เปิดช่องให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ซึ่งไม่เป็นเกษตรกรสามารถขออนุญาตให้ที่ดินส.ป.ก.สร้างโรงงานน้ำตาล โรงงานแปรรูปไม้ โรงงานน้ำมันพืช โรงงานผลิตน้ำดื่ม โรงงานน้ำแข็ง โรงฆ่าสัตว์ โรงกลั่นสุรา สถานีขนส่ง ปั๊มน้ำมัน

อีกทั้งศูนย์การค้า ตลาดสินค้าเกษตร ศูนย์วัสดุก่อสร้าง บ้านอยู่อาศัย ห้องพักให้เช่า รีสอร์ตโฮมสเตย์  และธุรกิจอื่น ๆ ตามที่ประธานคปก. ซึ่งก็คือ.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เห็นสมควร

สรุปก็คือ ปลดล็อกได้หมด สามารถนำพื้นที่ส.ป.ก.ไปใช้เพื่อกิจการใด ๆ นอกภาคการเกษตร” ได้หมด “ฟาร์มไก่คุณเอ๋” เอย หรือรีสอร์ตวังน้ำเขียว ที่ใช้เป็นพื้นที่ฉลองชัยชนะหลังเลือกตั้งของรัฐบาล ก็ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายอีกต่อไปแล้ว

โรงงาน ปั๊มน้ำมัน ตลาด ศูนย์การค้า รีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ ก็ปลูกสร้างได้หมดแหละ

ข้อจำกัดทางกฎหมายที่เคยมีในเรื่องต้องเป็น เกษตรกรยากจน” ก็ถูกขจัดลงหมดสิ้นในคราวนี้ เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เป็นผู้ยื่นขออนุญาตได้

เหตุผลความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ในที่ดินส.ป.ก.ก็อ้างว่า ปัจจุบันสภาพพื้นที่ส.ป.ก.ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกษตรกรยุคใหม่ต้องการได้รับความสะดวกต่าง ๆ เช่นเดียวกับชุมชนเมืองทั่วไป

รัฐบาลจึงเปิดโอกาสให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่เป็นเกษตรกรเข้ามาใช้ที่ดินส.ป.ก.เพื่อลงทุนธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร

ก่อนอื่นก็รู้สึกว่า ท่านรัฐมนตรีแป้งมันท่านนี้ “ช่างกล้า” แบบหาตัวจับได้ยากจริง ๆ

เพราะปัญหาที่ดินส.ป.ก. เป็นปัญหาที่สังคมจับจ้องมาโดยตลอด ทั้งการนำที่ส.ป.ก.ไปแจกคนรวย การบุกรุกที่ส.ป.ก.ไปสร้างโรงแรมหรือรีสอร์ต โดนรื้อถอนไปเสียก็หลายราย แต่ก็ยังมีบางรายที่ “เส้นแข็ง” ยังคงท้าทายกฎหมายและสายตาสาธารณชนอยู่ทุกวันนี้

บางรัฐบาลในอดีตยังต้องยุบสภา เพราะเอาที่ส.ป.ก.ไปแจกคนรวยเลย

ประกาศเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว ก็น่าจะขัดกับพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินฯ เพราะตามเนื้อหาสาระใหญ่ของพ.ร.บ.นั้น ยึดหลักจะต้องใช้ที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม” และยึดหลักต้องเป็น เกษตรกรยากจน” เท่านั้น ซึ่งแต่ไหนแต่ไรก็ปฏิบัติเช่นนี้กันมา

คำสั่ง ประกาศ หรือกฎระเบียบใดๆ จะขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติได้อย่างไร

นอกจากจะผิดต่อกฎหมายแล้ว ยังน่าสงสัยในเรื่องของเจตนาซ่อนเร้นในเรื่องของผลประโยชน์ ซึ่งขอบอกว่ามีมากมายมหาศาลจริง ๆ อันเนื่องจาก แปลงที่ส.ป.ก.เป็นโฉนดทองคำ” ดังว่านั่นแหละ

ที่ดินส.ป.ก.ทั่วประเทศมีอยู่ 34 ล้านไร่ มีเกษตรกรถือครองอยู่ 2.8 ล้านราย หากมีการเปลี่ยนแปลงให้ที่ดินเหล่านี้ หาประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางทั้งโรงงาน ศูนย์การค้า โรงแรมและรีสอร์ต ฯลฯ ก็รับรองว่าเกษตรกรขายที่ให้นายทุนหมดแน่

เมื่อขายที่ดินหมด 34 ล้านไร่ ก็จะมีการรุกป่าเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 34 ไร่เป็นแน่ คิดถึงความเสียหายข้อนี้กันบ้างหรือเปล่า

นายกฯ พล..ประยุทธ์ยังแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “กำลังหารือ” พร้อมกับกล่าวหนุนเสริมด้วยว่า “ที่กำลังหารือเพราะบางพื้นที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ประชาชนที่ได้รับที่ดินไป ก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้ จึงต้องดูว่า จะใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หรือไม่”

เอวัง! ไม่เคารพกฎหมาย ขาดเจตนารมณ์แท้จริงในการป้องกันการทุจริต และขาดความรู้ ไม่ตระหนักถึงการตัดไม้ทำลายป่าในอนาคต