“พาณิชย์” เผยยอดบริษัทตั้งใหม่ ต.ค. หด 6% หลังผู้ประกอบการชะลอทำธุรกิจช่วงปลายปี

“กระทรวงพาณิชย์” เผยยอดบริษัทตั้งใหม่ ต.ค. หด 6% หลังผู้ประกอบการชะลอทำธุรกิจช่วงปลายปี

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงยอดการจดทะเบียนธุรกิจว่า ในเดือนต.ค.63 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทใหม่ทั่วประเทศ 5,396 ราย ลดลง 6% จากเดือนต.ค.62 ที่มียอดการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่ 5,751 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 43,746 ล้านบาท ลดลง 56% จากเดือนต.ค.62 ที่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 98,509 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการจัดตั้งทำธุรกิจใหม่ เพราะเป็นช่วงปลายปี ไม่อยากที่จะทำบัญชี และจัดส่งงบการเงินของปีบัญชี 2563 โดยคาดว่าเดือนพ.ย.-ธ.ค.2563 ยอดจดตั้งใหม่ ก็จะลดลงต่อเนื่อง และจะไปเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงต้นปี 2564

โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 504 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 262 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 164 ราย คิดเป็น 3% ทั้งนี้ ธุรกิจบริการด้านอาหาร ได้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากชะลอตัวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล ผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง และคาดว่าแนวโน้มน่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ธุรกิจเลิกประกอบกิจการในเดือนต.ค.63 มีจำนวน 2,057 ราย ลดลง 3% จากเดือนต.ค.62 โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 7,788 ล้านบาท ลดลง 3% จากเดือนต.ค.62 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยระเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 159 ราย คิดเป็น 8% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 110 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 64 ราย คิดเป็น 3%

ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนต.ค.63 มีธุรกิจที่ยังดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 770,087 ราย  มูลค่าทุน 18.63 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,327 ราย คิดเป็น 24.32% บริษัทจำกัด จำนวน 581,481 ราย คิดเป็น 75.51% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,279 ราย คิดเป็น 0.17%

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวว่า ในเดือนต.ค.63 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 55 ราย แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 16 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 39 ราย คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 8,503 ล้านบาท

โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น 16 ราย เงินลงทุน 3,048 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ 8 ราย เงินลงทุน 750 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกา 8 ราย เงินลงทุน 52 ล้านบาท