SAWAD ควงคู่ MTC วิ่งแรง! รับดีมานด์สินเชื่อพุ่ง หลังศก.ฟื้นตัวช้า-ดอกเบี้ยต่ำ

SAWAD ควงคู่ MTC วิ่งแรง! รับดีมานด์สินเชื่อพุ่ง หลังศก.ฟื้นตัวช้า-ดอกเบี้ยต่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวลา 14.41 น. ราคาหุ้น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD อยู่ที่ 68.75 บาท บวก 4.25 บาท หรือ 6.59% สูงสุดที่ 69.25 บาท ต่ำสุดที่ 64.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.31 พันล้านบาท

ขณะเดียวกัน ราคาหุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC อยู่ที่ 60.75 บาท บวก 2.75 บาท หรือ 4.74% สูงสุดที่ 61 บาท ต่ำสุดที่ 58.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.07 พันล้านบาท

โดย บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การปรับตัวขึ้นของ SET Index วานนี้ ได้แรงหนุนสำคัญจากการประกาศไม่บังคับใช้มาตรการ Lockdown อย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมุมมองเดิมที่ว่า พฤติกรรมของหน่วยงาน/ประชาชนในประเทศเริ่มที่จะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศลดลงไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน โดยมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาวะการจ้างงานและคาดการณ์รายได้ในอนาคต จนส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศบางส่วนได้

ทั้งนี้ความกังวลดังกล่าวได้ถูกสะท้อนมายังตลาดตราสารหนี้ของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาพบการปรับตัวลงของ Bond yield มาตลอดทาง บ่งชี้ถึงมุมมองของนักลงทุนในตลาดพันธบัตรต่อคาดการณ์เศรษฐกิจและคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วงถัดไปที่น่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

อีกทั้งยังมองว่าภาวะดังกล่าวมีโอกาสทำให้ความต้องการสินเชื่อส่วนในระบบ Non-bank ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงถัดไป เมื่อมาประกอบกับแนวนโยบายการเงินที่น่าจะผ่อนคลายมากขึ้นอีกนั้น มองเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล อาทิ SAWAD, MTC ไม่นับรวมกับผู้เล่นในกลุ่มบริหารหนี้ ที่น่าจะได้ประโยชน์จากโอกาสในการซื้อหนี้ในระดับราคาที่น่าสนใจต่อไป ทั้ง BAM, JMT, CHAYO ล่าสุด หากนับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา พบการ Rotate ของเม็ดเงินเข้าสู่กลุ่ม Finance จนทำให้เป็น Sector อันดับ 2 รองจาก ETRON ที่มีการปรับตัว Outperform ตลาดมากที่สุด

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมาย SAWAD ที่ 66 บาท โดยคาดกำไรเติบโตต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจฟื้นช้าและดอกเบี้ยต่ำ

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MTC ราคาเป้าหมาย 70 บาท คาดกำไรไตรมาส 4/2563 ทำ New High จากสินเชื่อที่โตเร่งตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและคาดจะได้ตามเป้าโต 20% ปีนี้ ขณะที่ NPL ต่ำมาก และคาดกำไรปี 2563-2564 เพิ่มขึ้น 15% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 24% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ

ผู้บริหารยังคงเป้าสินเชื่อเชิงรุกปี 2564 ที่คาดโต 20-25% ขณะที่ Yield ยังมีช่องวางให้ลดเพื่อรับมือกับการแข่งขันจาก SAWAD-ออมสิน ได้และคาดผลกระทบจะไม่มากในช่วง 1-2 ปีแรก และภาวะดอกเบี้ยต่ำเป็นบวกต่อธุรกิจ

คำค้น