“นายกฯ” ตรวจโควิด หลังพบจนท.ติดเชื้อ พร้อมเตือนอย่าเพิ่งรีบฉีดวัคซีน ห่วงเผชิญความเสี่ยง

“นายกฯ” ตรวจโควิด หลังพบจนท.ติดเชื้อ พร้อมเตือนอย่าเพิ่งรีบฉีดวัคซีน ห่วงเผชิญความเสี่ยง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า สาเหตุที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากลงพื้นที่ทำงานที่มีการแพร่ระบาดจึงมีโอกาสติดเชื้อ ซึ่งเมื่อเป็นโควิด-19 ก็ต้องรักษาต่อไป และยามีเพียงพอ ขณะที่ตนเองก็มีโอกาสติดเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าได้ทำการตรวจเลือดแล้ว และการตรวจเลือดให้กับเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลก็เพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ทำเนียบ

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 จะมีการแถลงเป็นรายวัน ซึ่งสถิติการติดเชื้อมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง ซึ่งขึ้นอยู่กับการติดตามผู้ติดเชื้อให้เข้าสู่ระบบได้ แม้สถานการณ์ช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดแต่ก็รู้ถึงที่มา การที่มีคนออกมาพูดว่ารัฐบาลปล่อยเชื้อโควิด-19 ออกมาเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างอื่นนั้น ส่วนตัวเห็นว่า คนที่คิดแบบนี้ใช้ไม่ได้ และไม่ควรไปให้ค่า เพราะรัฐบาลมีแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

สิ่งที่ต้องย้ำเตือนอยู่เสมอ คือ การใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ระมัดระวังตนเองและดูแลครอบครัวด้วย ซึ่งช่วงนี้อาจจะมีความลำบากในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เวลาที่จะมากล่าวโทษกัน แต่ต้องร่วมมือกันและให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สอบสวนคดีที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ที่เกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย และยืนยันไม่เคยเอื้อประโยชน์ ซึ่งวันนี้มีการลงโทษในชั้นต้นที่มีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการแพร่ระบาด และจากนี้จะสอบสวนโรคจากผู้ที่ติดเชื้อว่าไปเล่นการพนันที่บ่อนไหน และมีใครเป็นเจ้าของ เช่นเดียวกับกรณีที่แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศ และหากประชาชนทราบเบาะแสเรื่องที่ไม่ดีต่างๆให้แจ้งมาที่ตนเองโดยตรง ไม่ว่าจะช่องทางใดก็ตาม เพื่อจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งดีกว่าไปพูดในสื่อฯโดยที่ไม่มีข้อมูล ก็จะทำให้เกิดความตื่นตระหนกได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่มีโรงพยาบาลเอกชนเปิดให้ประชาชนจองวัคซีนล่วงหน้านั้น วัคซีนทุกชนิดไม่ว่าจะทำเข้าจากที่ใดต้องผ่านการตรวจสอบรับรองจาก อย.ก่อน มิเช่นนั้นจะนำเข้าประเทศไม่ได้ ซึ่งเป็นความห่วงใยที่จะต้องคัดกรองตรวจสอบคุณภาพ ประสิทธิภาพและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน เพราะมีบางกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง ทั้งคนชราและเด็ก ดังนั้นต้องฟังคำแนะนำของหมอและสาธารณสุขก่อน

ดังนั้น จึงขอเตือนว่าวันนี้อย่าเพิ่งไปฉีดวัคซีน เพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ มิเช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ควบคุม ส่วนวัคซีนที่รัฐบาลสั่งจองไป 20 ล้านโดสนั้น เป็นการสั่งจองขั้นต้น ซึ่งมีข้อสัญาว่าไทยสามารถนำมาวิจัย พัฒนาและผลิตเองได้ ซึ่งก็จะทำให้ฉีดได้ครบทั้งประเทศ

ส่วนที่มีแพทย์บางกลุ่มออกมาขอรับบริจาคเงินสำหรับการวิจัยและผลิตวัคซีนในประเทศนั้น รัฐบาลไม่ต้องการให้ทำเช่นนั้น เพราะมีงบฯสนับสนุนอยู่แล้ว ซึ่งได้ให้กับสถาบันวัคซีนไปในก้อนแรก 400 ล้านบาท เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลต่างๆที่มีคณะทำงาน อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้สั่งการให้เพิ่มวงเงินงบฯตรงนี้ไปแล้ว

สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีการปรับรูปแบบการประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอประเมินตามสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาเคยดำเนินการแล้วก็สามารถทำได้ทันทีหากมีความจำเป็น แต่ขณะนี้สถานการณ์ยังสามารถควบคุมและติดตามได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอฟังคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง และได้ให้นโยบายการทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์ไปแล้ว ซึ่งทุกอย่างมีบทเรียนก็สามารถนำมาปรับใช้ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาในประเทศไม่ได้มีเพียงเรื่องโควิด-19 เท่านั้น ดังนั้นต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน ให้เวลาในการดำเนินการ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก ไม่ว่าจะในเวทีใดก็ตาม และไม่อยากให้นำรัฐบาลไปเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการตั้งฉายารัฐบาลของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ว่า ขอขอบคุณ และต่อไปประชาชนก็จะตั้งฉายาสื่อฯ ให้กับสื่อฯด้วย ขอให้รอฟังว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งต้องพร้อมรับฟังทั้งสองทาง