NOBLE เล็งออกหุ้นกู้ 3 ปี ชูดอกเบี้ย 4.5% ขาย 22-24 ก.พ. ใช้คืนหุ้นกู้เดิม

NOBLE เล็งออกหุ้นกู้ 3 ปี ชูดอกเบี้ย 4.5% ขาย 22-24 ก.พ. ใช้คืนหุ้นกู้เดิม

นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE  เปิดเผยว่า บริษัทยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อขออนุญาตออกและเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวจำนวน 1 รุ่น อายุ 3 ปี ผลตอบแทน 4.50% ต่อปี และให้ผู้ลงทุนขอรับหนังสือชี้ชวนได้ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ.64 นี้ โดยมีธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย บล.เอเซีย พลัส บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล.เคทีบีเอสที และ บล.กรุงไทย ซีมิโก้ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือน ก.พ.64

ขณะที่บริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.63 ที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” และหุ้นกู้ของบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB-”

ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับรู้รายได้ทั้งปี 63 ได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งผลประกอบการของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 63 บริษัทมีรายได้รวม 7,412 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,238 ล้านบาท และเงินสด 2,653 ล้านบาท ทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของทุนอยู่ที่ 1.28 เท่า ลดลงจากสิ้นปี 62 ที่อยู่ที่ 1.58 เท่า

บริษัทได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากผลกระทบของโควิด-19 เนื่องจากโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทเป็นที่ยอมรับในตลาด ขณะที่ความแข็งแกร่งของ NOBLE ยังสะท้อนได้จากอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” ตอกย้ำสถานะของบริษัทในการเป็นที่ยอมรับว่าเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย

โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/63 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวมประมาณ 15,000 ล้านบาท จะทยอยรับรู้อย่างต่อเนื่องใน 2-3 ปีข้างหน้า และมีสินค้าพร้อมขายรวมถึงสินค้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (Inventory) มูลค่ารวมประมาณ 14,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าพร้อมโอนประมาณ 4,500 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง

ในปี 64 บริษัทมีแผนจะเปิดตัวอีก 11 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 45,100 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวสูง 25,000 ล้านบาท และแนวราบ 20,100 ล้านบาท เพื่อปูทางให้ขึ้นเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย โดยตั้งเป้าติด TOP 5 ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 64 ประมาณ 11,000 ล้านบาท และยอดขายประมาณ 16,000 ล้านบาท มั่นใจว่าฐานลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติมีกำลังซื้อสูง และได้พันธมิตรรายใหม่คือ บมจ.ยู ซิตี้ (U) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) โดยมีแผนเปิดตัว 5 โครงการร่วมกันในปี 64 บนทำเลถนนสุขสวัสดิ์ ถนนคูคต ถนนพระราม 9 และถนนเอกมัย-รามอินทรา

คำค้น