สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 26 ม.ค. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 26 ม.ค. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย โดยนักลงทุนรอดูว่าเฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือนต่อไปหรือไม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,937.04 จุด ลดลง 22.96 จุด หรือ -0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,849.62 จุด ลดลง 5.74 จุด หรือ -0.15% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,626.06 จุด ลดลง 9.93 จุด หรือ -0.07%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับการรายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป และการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้บดบังความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายๆ ประเทศที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 407.70 จุด เพิ่มขึ้น 2.57 จุด หรือ +0.63%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,523.52 จุด เพิ่มขึ้น 51.16 จุด หรือ +0.93%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,870.99 จุด เพิ่มขึ้น 227.04 จุด หรือ +1.66% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,654.01 จุด เพิ่มขึ้น 15.16 จุด หรือ +0.23%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) หลังจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของอังกฤษได้ออกมาแถลงปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของบริษัทมีประสิทธิภาพน้อยลงในการใช้กับประชากรสูงวัย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,654.01 จุด เพิ่มขึ้น 15.16 จุด หรือ +0.23%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) เนื่องจากความกังวลที่ว่า ไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างหนักทั้งในสหรัฐและทั่วโลก จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 52.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 3 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 55.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) โดยทำสถิติปิดในแดนลบติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบกว่า 8 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 4.3 ดอลลาร์ หรือ 0.23% ปิดที่ 1,850.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 5.4 เซนต์ หรือ 0.21% ปิดที่ 25.538 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.7 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 1,107.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 21.90 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ปิดที่ 2,325 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย โดยนักลงทุนรอดูว่าเฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือนต่อไปหรือไม่

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.24% แตะที่ 90.1700 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.64 เยน จากระดับ 103.79 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8865 ฟรังก์ จากระดับ 0.8881 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2695 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2749 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2164 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2139 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3732 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3663 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7747 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7703 ดอลลาร์สหรัฐ