“อาเซียน” เปิดฉากถกแผนปี 64 ฟื้นฟู ศก.-ท่องเที่ยว หลังพ้นโควิด เร่งสางปมขัดแย้งปท.สมาชิก

“อาเซียน” เปิดฉากถกแผนปี 64 ฟื้นฟู ศก.-ท่องเที่ยว หลังพ้นโควิด เร่งสางปมขัดแย้งประเทศสมาชิก


นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน หรือ SEOM ครั้งที่ 1/52 และการประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียน หรือ Committee of the Whole (CoW) ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งบรูไนดารุสซาลามทำหน้าที่ประธานอาเซียนว่า การประชุม SEOM ได้หารือแผนการทำงานด้านเศรษฐกิจที่อาเซียนจะดำเนินการให้สำเร็จ ในปี 2564 จำนวน 10 ประเด็น ครอบคลุมยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ดังนี้

1) ด้านฟื้นฟู อาทิ การจัดทำเครื่องมือประเมินประสิทธิภาพของมาตรการที่มิใช่ภาษี (NTMs) ของประเทศสมาชิกอาเซียน การจัดทำแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 และการประกาศเจรจาจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา

2) ด้านดิจิทัล อาทิ การจัดทำแผนงานเพื่อดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน ปี 2564-2568 และ

3) ด้านความยั่งยืน อาทิ การจัดทำกรอบการส่งเสริม MSMEs (วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม รายย่อย) ของอาเซียน เรื่องอาหาร การเกษตร และป่าไม้ รวมถึงการจัดทำกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียนของอาเซียน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือและติดตามความคืบหน้าประเด็นสำคัญ อาทิ การทำงานขององค์กรรายสาขาที่อยู่ภายใต้เสาเศรษฐกิจ การจัดตั้งคณะกรรมการอิสระด้านมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างอาเซียน ติดตามเร่งรัดประเทศอาเซียนที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันความตกลง E-commerce ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงอินโดนีเซีย เพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับโดยเร็ว การขยายบัญชีสินค้าจำเป็นที่อาเซียนจะไม่จำกัดการส่งออกในช่วงโควิดเพิ่มเติมจากยา และเวชภัณฑ์ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต และกำหนดแผนการประชุมกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ แคนาดา สหรัฐฯ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป รัสเซีย และฮ่องกง

นายดวงอาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการ CoW เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างองค์กรรายสาขาที่อยู่ภายใต้เสาเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่อาวุโสของ 3 เสาอาเซียน และภาคเอกชนอาเซียน โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ 3 เสา อาทิ จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์สำหรับรับมือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) อย่างจริงจังและครอบคลุม ซึ่งอยู่ระหว่างยกร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าว รวมทั้งการทบทวนแผนงานระยะกลางของอาเซียน เพื่อประเมินผลการทำงานและกำหนดทิศทางในอนาคต และการลดผลกระทบการจ้างงานยุคดิจิทัล ซึ่งภาครัฐและเอกชนจะต้องทำงานร่วมกันต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2563 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่า 94,838.07 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอาเซียน 55,469.59 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากอาเซียน 39,368.47 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดสำคัญ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น

 

Back to top button