“ฟินันเซีย” เชียร์ซื้อ XO เป้าใหม่ 13.4 บ. มองกำไรแจ่ม – ออเดอร์แน่น!

“ฟินันเซีย” เชียร์ซื้อ XO เป้าใหม่ 13.4 บ. มองกำไรแจ่ม – ออเดอร์แน่น!

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ขณะนี้แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 13.4 บาท จากการปรับเพิ่มกำไรปี 2564 ขึ้น 15% สะท้อนแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ดูดีกว่าที่เคยคาด เนื่องจากคำสั่งซื้อในมือปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับ New High ของบริษัท

ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่ถูกเลื่อนมาจากไตรมาส 4/63 จากปัญหาขาดแคลนเรือ และยังได้อานิสงส์จากความต้องการซอสและเครื่องปรุงรสที่ยังดีต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันลูกค้าเริ่มหาเรือขนส่งได้มากขึ้น และคาดปัญหานี้จะคลี่คลายในไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงสมมติฐานเดิมว่ากำไรช่วงครึ่งปีหลังจะอ่อนตัวลง ภายหลัง COVID-19 คลี่คลาย และคำสั่งซื้อลดลงกลับสู่ระดับปกติ แต่ถือว่ากำไรยังมี Upside หากบริษัทได้รับผลตอบรับจากแผนขยายตลาดได้ตามเป้าหมาย

ขณะที่ราคาเป้าหมายใหม่มี Upside ราว 19.6% จึงปรับขึ้นเป็น ”ซื้อ” จากเดิม “ซื้อเก็งกำไร” คาดกำไรปกติไตรมาส 4/63 ยังดูดี พลิกจากขาดทุนปีก่อน

โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 4/63 อยู่ที่ 78 ล้านบาท (ลดลง 17% จากไตรมาสก่อน, พลิกจากที่ขาดทุน 1 ล้านบาทในไตรมาส 4/62) โดยรวมยังถือเป็นกำไรที่ดี สาเหตุที่กำไรอ่อนลงจากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งเพราะเป็น Low Season และได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนเรือขนส่ง แม้ไม่ถูกกระทบจากต้นทุนค่าระวางที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อลูกค้าไม่สามารถหาเรือได้ตามแผน ทำให้การรับรู้รายได้ของบริษัทถูกเลื่อนออกไปด้วย จึงคาดรายได้ไตรมาส 4/63 ลดลง 11.3% จากไตรมาสก่อน แต่ยังโตสูง 35.8% จากปีก่อน เพราะยังได้อานิสงส์จากความต้องการซอสและเครื่องปรุงรสที่สูงขึ้น

ขณะที่ยังคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่องราว 42% ถือเป็นระดับ New High ใกล้เคียงไตรมาสก่อน เพราะยังมีการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับสูง ทำให้ยังได้ประโยชน์จาก Economies of scale พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิจัยยังคาดกำไรปกติปี 2563 ตามเดิมที่ 311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากปีก่อน ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ด้านแนวโน้มคำสั่งซื้อไตรมาส 1/64 ดูสดใสกว่าที่เคยคาด ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่ถูกเลื่อนมาจากไตรมาสก่อน โดยสถานการณ์ขาดแคลนเรือเริ่มคลี่คลาย (ลูกค้าเริ่มหาเรือได้มากขึ้น) ทั้งนี้ หลังจากได้สอบถามไปยังบริษัทพบว่า ปัจจุบันคำสั่งซื้อในมืออยู่ในระดับที่สูงมาก ถือเป็นระดับ New High ของบริษัท จึงคาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/64 น่าจะยังปรับขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน และจากปีก่อนอยู่ที่ราว 80-90 ล้านบาท และคาดดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/64 เมื่อปัญหาขาดแคลนเรือผ่อนคลายมากขึ้น กอปรกับเป็นช่วง High Season ของธุรกิจพอดี

ทั้งนี้ผู้บริหารอยู่ระหว่างดำเนินตามกลยุทธ์ใหม่ ในการขยายช่องทางการขายในแต่ละประเทศให้มากขึ้น เช่น Outlet ใน Modern trade และ Online โดยจะสนับสนุนค่า Listing Fee ให้กับ Distributor ซึ่งน่าจะได้เห็นผลตอบรับชัดเจนในไตรมาส 3/64

อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งแรกของปี 64 ดูดีกว่าที่เคยคาด จึงปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2564 ขึ้น 15% เป็น 281 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นกำไรที่ลดลงราว 9.6% จากปีก่อน เพราะยังคงสมมติฐานว่ากำไรจะอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 64 เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และคำสั่งซื้อลดลงกลับสู่ระดับปกติ

รวมถึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 13.4 บาท จากเดิม 11.6 บาท (อิง PE เดิมที่ 20 เท่า) ทั้งนี้หากบริษัทได้รับผลตอบรับจากการขยายตลาดได้ดีตามแผน และหนุนให้กำไรช่วงครึ่งหลังของปี 64 ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ จะเป็น Upside ต่อกำไร และราคาเป้าหมายราว 16% – 18%

คำค้น