พาราสาวะถี

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วสำหรับการปรับครม.ประยุทธ์ 2/4 เมื่อพรรคสืบทอดอำนาจมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดให้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว มันจึงเข้าทางและก็เป็นการจัดการทางการเมืองภายในพรรคเมื่อบัญชีผู้เฝ้ารอเก้าอี้รัฐมนตรีอันดับหนึ่งของพรรคอย่าง ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เข้าวินในเก้าอี้ใหญ่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอส แน่นอนว่า ลักษณะการทำงานก็ไม่ต่างกับ พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ที่กระเด็นตกเก้าอี้ไปก่อนหน้า

อรชุน

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วสำหรับการปรับครม.ประยุทธ์ 2/4 เมื่อพรรคสืบทอดอำนาจมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดให้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว มันจึงเข้าทางและก็เป็นการจัดการทางการเมืองภายในพรรคเมื่อบัญชีผู้เฝ้ารอเก้าอี้รัฐมนตรีอันดับหนึ่งของพรรคอย่าง ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เข้าวินในเก้าอี้ใหญ่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอส แน่นอนว่า ลักษณะการทำงานก็ไม่ต่างกับ พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ที่กระเด็นตกเก้าอี้ไปก่อนหน้า

งานหลักคือการตามล้างตามเช็ดพวกเกรียนคีย์บอร์ด หรือไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่ถนัดการใช้โซเชียลมีเดียในการให้ข้อมูลข่าวสาร อยู่ที่ว่าการทะลุทะลวงและความเด็ดขาดของใครจะมากกว่ากัน ซึ่งหากเทียบการออกอาวุธแล้ว ต้องบอกว่ารัฐมนตรีผู้มาใหม่ดูจะบู๊กว่าอดีตแกนนำกปปส. เห็นได้จากการตอบโต้ทางการเมืองของฝ่ายต่อต้านผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจทุกครั้ง จะเป็นไปด้วยท่วงทำนองที่ดุเดือดถึงพริกถึงขิง คอยดูว่าหัวโขนรัฐมนตรีจะทำให้ท่วงทำนองของนักการเมืองรายนี้เปลี่ยนไปหรือไม่

ขณะที่อีกหนึ่งเก้าอี้ของ ตรีนุช เทียนทอง นี่คือการตอบสนองความไว้เนื้อเชื่อใจและการทำตัวเป็นเด็กดีของคนตระกูลนี้ ถือเป็นการคืนกำไรกันแบบทบต้นทบดอก เพราะบิ๊กป้อมตั้งแต่สมัยเป็นนายทหารที่เติบโตมาจากปราจีนบุรี-สระแก้ว ก็ถือเป็นคนกันเองกับตระกูลใหญ่แห่งนี้มายาวนาน ดังนั้น การตอบแทนด้วยเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์เป็นคำตอบว่าพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์นั้น ซาบซึ้งในบุญคุณของคนตระกูลเทียนทองขนาดไหน

ส่วนปัญหาเรื่องคุณสมบัติของคนที่มากุมบังเหียนกระทรวงศึกษาที่ถูกมองว่าน่าจะเป็นการเลือกใช้คนไม่ตรงกับงานนั้น มีคำแก้ต่างแทนมาจาก วิษณุ เครืองาม แล้วว่าไร้ปัญหา ขนาดยี่ห้อเนติบริกรยังออกหน้ามาการันตีขนาดนี้ นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าดีกรีของรัฐมนตรีหญิงรายนี้ไม่ธรรมดา แต่การตกเป็นเป้าทันทีทันใดของกลุ่มนักเรียนเลวที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีอดีตแกนนำกปปส.นั้น ก็ถือเป็นเรื่องทางการเมืองที่ผู้ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงนี้มานานไม่น่าจะหวั่นไหวแต่อย่างใด

ถือว่าสยบแรงกระเพื่อมต่าง ๆ ภายในพรรคสืบทอดอำนาจได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังคงมีปมว่าด้วยการจ้องจะเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค ซึ่งหากมองจากการขับเคลื่อนงานการเมืองที่ผ่านมาของพี่น้อง 3 ป.แล้ว ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องไปทำให้เกิดปัญหาภายในพรรค อย่างที่พี่ใหญ่หลุดผรุสวาทด่านักข่าว ไอ้ห่า! ความพยายามที่จะย่อยสลายกลุ่มก๊วนภายในพรรคนั้นมันต้องใช้เวลาและการลงทุนอีกชุดใหญ่ ในขณะที่กลุ่มสามมิตรเองก็มีการประเมินสถานการณ์การเมืองในภาพใหญ่กันอยู่เป็นระยะ

จังหวะที่การเลือกตั้งยังต้องเดินไปด้วยกติกาแบบเดิม เพราะอ่านเกมกันขาดแล้วว่ารัฐธรรมนูญยังไงก็ไม่ได้แก้ไขก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่แน่ ๆ มิหนำซ้ำ ร่างกฎหมายประชามติก็ยังลูกผีลูกคน มีแนวโน้มที่จะเป็นไปในทิศทางถูกคว่ำตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกต่างหาก ดังนั้น ถ้าการเมืองพรรคเก่าเล่นกันหนักหน่วง การแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่จึงเป็นทางเลือกที่กลุ่มสามมิตรเล็งเอาไว้ ด้วยจำนวนส.ส.ที่มีอยู่ในมือและการตระเตรียมสรรพกำลังไว้พร้อม

หากหลังการเลือกตั้งได้ส.ส.กลับมา 10-20 เก้าอี้การเป็นหัวหมาย่อมมีพลังต่อรองมากกว่าหางราชสีห์ ด้วยเหตุนี้สิ่งที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน ยืนยันไม่มีเรื่องแยกตัวไปตั้งพรรค ก็เป็นการตอบประสานักเลือกตั้งและคนที่ยังมีตำแหน่งอยู่ในรัฐบาล โดยที่การขยับตั้งพรรคใหม่นั้นมีความเคลื่อนไหวกันทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ต่างจากขบวนการสืบทอดอำนาจที่มีปมพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่า 3 ป.จะปฏิเสธอย่างไร ให้ดูรูปรอยของการเกิดขึ้นของพรรคพลังประชารัฐให้ดีว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

กระนั้นก็ตาม สนามเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าไม่มีเหตุให้พรรคสืบทอดอำนาจเสียหาย ด้วยการสร้างคะแนนนิยมผ่านการแจกสารพัดไว้ต่อเนื่อง นักเลือกตั้งทั้งหลายก็ยังคงจะใช้สีเสื้อนี้ลงชิงชัย โดยจะมีการดูดบรรดาเสือหิวทั้งหลายเข้าร่วมก๊วนอีกกระทอก ก่อนที่จะส.ว.ลากตั้งจะหมดฤทธิ์เดชในการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นเหตุผลที่นักการเมืองใช้อ้างว่าขอมามีส่วนร่วมในฐานะพรรครัฐบาลก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่รูปแบบการเมืองที่คุ้นเคย

เพราะรู้กันดีว่าการเป็นฝ่ายค้านดักดานนั้นมันมีผลกระทบอย่างไร มิเช่นนั้น คงไม่มีบางพรรคการเมืองยอมที่จะแลกกับการตระบัดสัตย์ไม่สนับสนุนขบวนการสืบทอดอำนาจ แต่ก็ใช้เหตุผลปิดสวิตช์คสช.และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาอ้างเป็นมติพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาล ไม่เพียงแต่อำนาจเท่านั้นที่เป็นตัวกิเลสอันเย้ายวน หากแต่ผลประโยชน์ทั้งในทางส่วนตัวและของพรรคเพื่อเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไป เป็นตัวการทำให้คนพลิกลิ้น กลืนน้ำลายตัวเองได้โดยไม่ละอายแก่ใจ

สำหรับการปรับรัฐมนตรีอีกสองตำแหน่ง ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เหมือนที่เคยบอกไว้ ช่วงโค้งสุดท้ายของอำนาจก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง พรรคการเมืองซีกรัฐบาลย่อมรู้ดีว่าวางคนของตัวเองไว้ในจุดไหนจึงจะสร้างประโยชน์ได้ การสลับเก้าอี้ของ วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จากรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์คอกภูมิใจไทยมาเป็นรัฐมนตรีช่วยคมนาคม แล้วให้ สานิตย์ เลิศไกร ผู้มาใหม่จากประชาธิปัตย์ไปแทนตำแหน่งตัวเอง จึงเป็นการสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

เรื่องกองข้าว 700 กระสอบที่แนวชายแดนไทย-พม่า บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจปฏิเสธเสียงแข็งไม่ใช่ของทางการไทยส่งไปช่วยทหารพม่าที่กำลังขาดเสบียงอย่างหนักในเวลานี้และอ้างเป็นการซื้อขายกันปกติ พร้อม ๆ กับการยอมรับจากฝั่งทหารพม่าเป็นข้าวของที่สั่งซื้อ แต่ที่โป๊ะแตกก็คือ ทำไมไม่มีใครบอกหรือตรวจสอบข้อมูลอัปเดตให้ท่านผู้นำก่อนจะพล่ามเลยหรือว่า ที่ด่านแม่สามแลบนั้นปิดมานานกว่า 1 ปีแล้วไม่มีการซื้อขายสินค้า แล้วสิ่งของเหล่านี้มาได้ยังไง นี่แหละที่มันไม่เนียนเอาเสียเลยและจะทำให้ประเทศได้รับผลกระทบโดยใช่เหตุ