
TTB ปั้นประกันเชื่อมตลาดสหรัฐ เจาะมนุษย์เงินเดือน คืนเงินต้น 100% ตั้งเป้ายอดขาย 8 พันลบ.
TTB เปิดตัวประกันชีวิต “ทีทีบี ยูเอส มัลติ-แอสเซต อินเด็กซ์ พรินซิเพิล โพรเทค 15/5” เจาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน เชื่อมดัชนี Citi QuantCube Multi-Asset พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ตลาดสหรัฐ เปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากดัชนีอ้างอิงสูงถึง 260% พร้อมคุ้มครองเงินต้น 100% เมื่อถือครบเงื่อนไขกรมธรรม์ เบี้ยเริ่มต้น 50,000 บาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 8,000 ล้านบาท หลังเปิดขาย 2 เดือนแรกทะลุ 2,000 ล้านบาท
นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์กลุ่มวัยทำงานและมนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว แต่ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านเวลา ความรู้ด้านการลงทุน และความกังวลต่อความผันผวนของตลาด
ทั้งนี้ ธนาคารมองว่า คนวัยทำงานจำนวนมากมีความต้องการวางแผนเกษียณและต่อยอดความมั่งคั่ง แต่ยังไม่กล้าเริ่มลงทุนอย่างจริงจัง เนื่องจากกังวลเรื่องเงินต้น ความเสี่ยงจากภาวะตลาด รวมถึงประสบการณ์ขาดทุนจากการลงทุนในอดีต ขณะเดียวกัน การฝากเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างเงินก้อนระยะยาว ท่ามกลางค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
จากโจทย์ดังกล่าว TTB จึงร่วมกับพันธมิตรหลัก ได้แก่ พรูเด็นเชียล และซิตี้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิต ทีทีบี ยูเอส มัลติ-แอสเซต อินเด็กซ์ พรินซิเพิล โพรเทค 15/5 ซึ่งเป็นนวัตกรรมประกันชีวิตสะสมทรัพย์ที่เชื่อมต่อโอกาสการลงทุนในตลาดสหรัฐอเมริกาผ่านดัชนีหลายสินทรัพย์ หรือ Multi-Asset เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน ต่อยอดเงินให้เติบโตในระยะยาว พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีที่มีประสิทธิภาพ
โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกแบบให้ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันเป็นเวลา 5 ปี และมีระยะเวลาคุ้มครอง 15 ปี โดยมีจุดเด่นด้านการคุ้มครองเงินต้น 100% เมื่อถือจนครบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าแม้ตลาดการเงินมีความผันผวน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากดัชนีอ้างอิง ซึ่งสามารถคว้าโอกาสทำกำไรได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง
สำหรับผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ มีอัตราการมีส่วนร่วมในผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิงสูงถึง 260% โดยอ้างอิงดัชนี Citi QuantCube Multi-Asset เพื่อสร้างโอกาสความมั่งคั่งระยะยาว อย่างไรก็ตาม ธนาคารย้ำว่า ผลตอบแทนดังกล่าวขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง และไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนำเทคโนโลยี AI และ Big Data เข้ามาใช้วิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและภาวะตลาด โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ก่อนนำไปใช้ประกอบการปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างทันท่วงที ช่วยลดภาระของลูกค้าที่ไม่ต้องติดตามตลาดด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด
โดยดัชนีอ้างอิงของผลิตภัณฑ์มีการกระจายความเสี่ยงใน 6 กลุ่มสินทรัพย์ ได้แก่ หุ้น หรือ Equities, พันธบัตรรัฐบาล หรือ Government Bonds, สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ Commodities, ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือ Corporate Credits, พันธบัตรป้องกันเงินเฟ้อ หรือ Inflation-protected Bonds และอัตราแลกเปลี่ยนหรือสกุลเงิน หรือ FX ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตตามภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังไม่ใช่ประกันชีวิตควบการลงทุนแบบยูนิตลิงก์ เนื่องจากผู้เอาประกันไม่ต้องเลือกกองทุนหรือปรับสัดส่วนการลงทุนด้วยตนเอง แต่เป็นโครงสร้างประกันสะสมทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับดัชนีอ้างอิง โดยใช้กลไกของผลิตภัณฑ์ทางการเงินเชิงโครงสร้างและออปชัน เพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากดัชนี ขณะที่จำกัดความเสี่ยงด้านเงินต้นตามเงื่อนไขกรมธรรม์
สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับกลุ่มวัยทำงาน ด้วยเบี้ยประกันชีวิตเริ่มต้น 50,000 บาทต่อปี จากเดิมที่โซลูชันลักษณะนี้มักอยู่ในกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูง หรือ High Net Worth เท่านั้น จึงเป็นการเปิดโอกาสให้มนุษย์เงินเดือนสามารถเข้าถึงเครื่องมือวางแผนการเงินที่มีโครงสร้างซับซ้อนและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังช่วยวางแผนการเงินและการเกษียณอย่างเป็นระบบ พร้อมสิทธิในการลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 100,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ทำให้ลูกค้าสามารถใช้เป็นเครื่องมือบริหารภาษี ควบคู่กับการสร้างโอกาสเพิ่มมูลค่าเงินออมในระยะยาว
ทั้งนี้หลังเปิดเสนอขายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี โดยมียอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาทภายในระยะเวลา 2 เดือน สะท้อนความต้องการของลูกค้าที่มองหาผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบโจทย์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ “เติบโตได้ ปลอดภัย และได้สิทธิภาษี”
นางสาวกนกวรรณ ระบุอีกว่า คาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจประกันของ TTB ในปีนี้ โดยตั้งเป้ายอดขายรวมใกล้เคียง 8,000 ล้านบาท หรือประมาณ 4 เท่าของยอดขายที่ทำได้ในช่วงเริ่มต้น ทั้งนี้ TTB มีฐานลูกค้าประกันรวมประมาณ 400,000 ราย และมีจำนวนกรมธรรม์รวมราว 600,000-700,000 กรมธรรม์ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและวัยทำงานที่ใช้ประกันเป็นเครื่องมือในการวางแผนภาษีและวางแผนการเงินระยะยาว
สำหรับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ TTB ระบุว่า ได้เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถบริหารกระแสเงินสดได้สะดวกขึ้น ผ่านโปรโมชันผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน ผ่านบัตรเครดิต ttb พร้อมรับคะแนนและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามระดับลูกค้า ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
นายชวมนต์ วินิจตรงจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธนบดีธนกิจผู้บริหาร TTB กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มเจ้าของกิจการและครอบครัวที่ต้องการใช้เป็นเครื่องมือเริ่มต้นวางแผนการเงินให้บุตรหลาน โดยผู้เอาประกันสามารถติดตามข้อมูลผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงผ่านช่องทางที่ธนาคารจัดเตรียมไว้ และในอนาคตมีแผนแสดงข้อมูลผ่านโมบายแบงก์กิ้งเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถรับประกันได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือนถึง 75 ปี ตามเงื่อนไขที่กำหนด และไม่ต้องตรวจสุขภาพ เนื่องจากเป็นประกันชีวิตสะสมทรัพย์ที่เน้นการวางแผนเงินออมและโอกาสสร้างผลตอบแทนจากดัชนีอ้างอิงเป็นหลัก โดยปัจจุบันสามารถซื้อผ่านช่องทางสาขาของ TTB
สำหรับทิศทางผลิตภัณฑ์ในอนาคต ธนาคารระบุว่า TTB จะยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันและเครื่องมือทางการเงินใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้งด้านการวางแผนเกษียณ การวางแผนภาษี การสร้างความมั่งคั่ง และการคุ้มครองความเสี่ยงในชีวิต เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
อย่างไรก็ตามผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขกรมธรรม์ ความเสี่ยงของดัชนีอ้างอิง ข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง และหลักเกณฑ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ เนื่องจากผลตอบแทนจากดัชนีอ้างอิงขึ้นอยู่กับภาวะตลาด และไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน

