PF ข้ามสายพันธุ์

ถ้าพูดถึงบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF ของ “เฮียศานิต อรรถญาณสกุล” หรือชื่อเดิม “เฮียชายนิด อรรถญาณสกุล” จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์ยุคลายคราม เคยดังเคยเด่นในอดีต แต่ปัจจุบันเริ่มเจือ ๆ จาง ๆ ไปซะแล้ว...

สำนักข่าวรัชดา

ถ้าพูดถึงบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF ของ “เฮียศานิต อรรถญาณสกุล” หรือชื่อเดิม “เฮียชายนิด อรรถญาณสกุล” จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์ยุคลายคราม เคยดังเคยเด่นในอดีต แต่ปัจจุบันเริ่มเจือ ๆ จาง ๆ ไปซะแล้ว…

ที่จริงที่ผ่านมา PF ก็พยายามปรับตัว ปรับโครงสร้างธุรกิจ เข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เป็น Recurring Income หรือรายได้ประจำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทแอนด์สกี ในประเทศญี่ปุ่น แต่เป็นจังหวะไม่ดี เจอภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และโควิดซ้ำเติม ทำให้มีอาการไม่สู้ดีนัก…

ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ เอง ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ ทำให้ปรับตัวไม่ทัน แถมยังมีคู่แข่งมากขึ้น ทำให้ถูกเบียดบังรัศมีจากอสังหาฯ รุ่นใหม่ ๆ ทำให้ PF หลุดจากจอเรดาร์ของนักลงทุนไปโดยปริยาย…

PF จึงตกอยู่ในสภาพที่ธุรกิจเดิมก็แย่ ส่วนธุรกิจใหม่ก็ไม่ได้อย่างหวัง…

เรียกว่าจะกลับมาเฉิดฉายเหมือนในอดีตยังไม่ได้..!!

สะท้อนได้จากผลประกอบการปี 2563 ที่พลาดท่าพลิกมาขาดทุนบักโกรก 1,045 ล้านบาท จากเดิมเคยมีกำไรอยู่ที่ 1,137 ล้านบาท ส่วนรายได้เหลือแค่ 12,512 ล้านบาท จากเดิมเคยทำได้ 21,017 ล้านบาท

นี่ไม่นับรวมภาระส่วนของหนี้สินระยะยาว ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีสูงถึง 10,747 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ ขณะที่ PF มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพียงแค่ 2,006 ล้านบาทเท่านั้น

สถานการณ์ดูไม่จืดเลยนะเนี่ย…!!

แต่ด้วยความเป็น “เฮียศานิต” ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นแมว 9 ชีวิต ก็พยายามแสวงหาธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังอินเทรนด์อย่างถุงมือยาง…ด้วยการส่งบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND (PF ถือหุ้น GRAND สัดส่วน 43.34%) ไปจับไม้จับมือกับบริษัท วัฒนชัย รับเบอร์เมท จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกถุงมือยางที่มีชื่อเสียงมายาวนาน

ตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้บริษัท แกรนด์ โกลบอล โกลฟส์ จำกัด (GGG) เพื่อผลิตและจำหน่ายถุงมือยางสังเคราะห์ (Nitrile) ภายใต้แบรนด์ “GGG” ให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีอัตราการใช้ถุงมือยางสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เป็นต้น

โดยได้ลงทุนสร้างโรงงานบนเนื้อที่ 21 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 2 อาคาร อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารหลังแรก บนที่ดิน 10 ไร่ มี 8 สายการผลิต มีกำลังการผลิต 21 ล้านกล่องต่อปี หรือ 2,100 ล้านชิ้นต่อปี คาดโรงงานจะแล้วเสร็จเดือน เม.ย. 2564 และจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือน พ.ค. 2564

ส่วนอาคารหลังที่ 2 มีกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2564 ซึ่งจะมีจำนวนเครื่องจักร 8 เครื่อง ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก กำลังการผลิตรวม 21 ล้านกล่องต่อปี

ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ “เฮียศานิต” เห็นบริษัทผลิตถุงมือยางที่อนาคตสดใสซาบซ่า ช่วงนี้ออเดอร์ล้นทะลักหรือเปล่า..? จึงกระโดดมาร่วมแจมในสนามนี้กะเค้าด้วย…โดยวาดฝันไว้ว่าธุรกิจถุงมือยางจะสร้างรายได้ปี 2564 ประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนปี 2565-2566 คาดจะสร้างรายได้ประมาณ 9,900 ล้านบาท

ก็น่าจับตาการข้ามสายพันธุ์จากนักสร้างบ้านไปสู่การปั๊มถุงมือยางขายจะช่วยปั้นรายได้และกำไรให้กับ PF ได้อย่างที่หวังหรือไม่..!?

ไม่แน่นะ “เฮียศานิต” อาจมือขึ้นก็เป็นได้…ก็ไม่รู้สินะ…

…อิ อิ อิ…