INGRS คาดปี 64 รายได้ฟื้น หลังออเดอร์เพิ่ม วางงบ 2.45 พันลบ. ลงทุนเครื่องจักร

INGRS คาดปี 64 รายได้ฟื้น หลังออเดอร์เพิ่ม วางงบ 2.45 พันลบ. ลงทุนเครื่องจักร รองรับขยายกำลังผลิต 

นายฮามิดี บิน เมาลอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ INGRS เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดปี 64/65 (1 ก.พ. 64 – 31 ม.ค. 65) คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นจากงวดปี 63/64 โดยเฉพาะในส่วนของรายได้คาดว่าจะทำได้สูงกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 2.22 พันล้านบาท หลังจากที่ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ และสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศต่างๆทั่วโลกเริ่มดีขึ้นตามหลังดับ หลังเริ่มมีการกระจายฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทเริ่มกลับมาสั่งออเดอร์ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อีกครั้ง หลังจากทิศทางของยอดขายรถยนต์เริ่มกลับมามากขึ้น โดยเฉพาะในมาเลเซียและอินโดนีเซียที่มีออเดอร์เข้ามาชัดเจน ทำให้บริษัทสามารถกลับมาใช้กำลังการผลิตได้มากขึ้น

สำหรับในช่วงที่ผานมาบริษัทได้เดินหน้าในการเจรจากับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์เพื่อเข้ารับงานมาเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้รับคำสั่งผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ให้กับลูกค้าจำนวน 24 งาน ใน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และไทย มูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่ลูกค้าวางแผนการเปิดตัวไว้ในอนาคตเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทมองว่าแนวโน้มของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทอยุ่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการลงทุนเครื่องจักรที่เข้ามารองรับการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

ในปี 64 บริษัทได้วางงบลงทุนรวมไว้ที่ 2.45 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการลงทุนเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ใหม่ๆ การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตให้ดีขึ้น โดยที่จะเน้นไปที่การขยายการลงทุนในโรงงานประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีโครงการที่ได้รับงานใหม่ๆ จากลูกค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยที่การลงทุนดังกล่าวจะเป็นการลงทุนต่อเนื่องในปี 64-65

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของผลการดำเนินงานที่ยังขาดทุนมาต่อเนื่องในปี 62-63 นั้น บริษัทยังไม่สามารถประเมินได้ว่าในปี 64 จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่ แม้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจและกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์จะเริ่มดีขึ้น แต่ยังเป็นการฟื้นตัวที่ช้า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลายและสิ้นสุดลงอย่างชัดเจน ทำให้เศรษฐกิจโลกยังไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เต็มที่ ส่งผลให้งานใหม่ๆที่บริษัทได้รับจากลูกค้ามาบางงานยังไม่สามารถเริ่มผลิตและส่งมอบได้ เนื่องจากลูกค้าเลื่อนการเปิดตัวออกไป ส่งผลกระทบต่อภาพรวมให้ภาพรวมของบริษัทยังมีความไม่แน่นอนอยู่หากโควิด-19 ยังไม่หายไปอย่างชัดเจน