“สีจิ้นผิง” ลั่นดันวัคซีนจีนเป็นสินค้าสาธารณะ ลุยเปิดตลาดการค้า ลดข้อจำกัดต่างชาติลงทุน

“สีจิ้นผิง” ลั่นดันวัคซีนจีนเป็นสินค้าสาธารณะ ลุยเปิดตลาดการค้า ลดข้อจำกัดต่างชาติลงทุน พร้อมย้ำไม่ต้องการเป็นมหาอำนาจโลก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกล่าวได้สุนทรพจน์ในการประชุม Boao Forum for Asia (BFA) ผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้ (20 เม.ย.64) โดยระบุว่า จีนจะดำเนินการตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะทำให้วัคซีนเป็นสินค้าสาธารณะสำหรับประเทศทั่วโลก

ปธน.สี ยังกล่าวด้วยว่า จีนจะยังคงร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และประเทศต่างๆ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจีนจะดำเนินการมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถเอาชนะโรคดังกล่าว

ทั้งนี้ ปธน.สี แสดงความเห็นว่า WHO จะต้องมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ต่อไป โดยกล่าวว่า “เราต้องเห็นแก่ชีวิตของประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากนี้ เราจะเพิ่มการแบ่งปันข้อมูลและเพิ่มความพยายามในการทำงานร่วมกัน อีกทั้งควรปรับปรุงความร่วมมือด้านสาธารณสุขและการแพทย์ โดยจีนเองก็จะขยายขอบข่ายความร่วมมือกับหลากหลายองค์กรในด้านการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ, ด้านสาธารณสุข, ยาแผนโบราณ และด้านอื่นๆ”

ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ ปธน.สี ยังได้เรียกร้องให้นานาประเทศเพิ่มความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนา, การผลิต และการแจกจ่ายวัคซีนเพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนในโลกจะสามารถเข้าถึงวัคซีนตามความจำเป็น

ขณะที่มีรายงานว่า ทั่วโลกต่างจับตาสุนทรพจน์ของปธน.สี เพื่อดูท่าทีล่าสุดของจีนท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐ หลังจากที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม, การละเมิดสิทธิมนุษยชน และความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ปธน.สี ระบุว่า จีนไม่ได้ต้องการเป็นมหาอำนาจของโลก หรือต้องการแผ่ขยายอิทธิพล แม้ความแข็งแกร่งของจีนจะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม พร้อมย้ำว่า จีนจะไม่แข่งขันสะสมอาวุธกับชาติอื่น ๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ จีนมีความยินดีที่จะแบ่งปันโอกาสอันดีในตลาดการค้าขนาดใหญ่ของประเทศ โดยจีนจะสานต่อความร่วมมือในระดับพหุภาคีเพื่อขยายการค้าและการลงทุน พร้อมบังคับใช้กฎหมายการลงทุนสำหรับต่างชาติ (Foreign Investment Law) อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงออกกฎและข้อบังคับอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุน พร้อมลดข้อจำกัดสำหรับการขึ้นบัญชีธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน (negative list)

ขณะเดียวกัน จีนจะเดินหน้าพัฒนาท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน และระบบใหม่ที่เอื้อต่อการเปิดเศรษฐกิจที่มีมาตรฐานสูงขึ้น

“จีนจะพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยยึดถือหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ และสนับสนุนความสัมพันธ์ใหม่ ๆ กับต่างชาติ” ปธน.สีจิ้นผิง กล่าว

การประชุม Boao Forum for Asia ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยถูกมองว่ามีความสำคัญเทียบเท่ากับการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่การประชุม Boao Forum for Asia ได้ถูกยกเลิกในปีที่แล้วท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19