SCC แตก..เพื่อโต.!?

หลังจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ประสบความสำเร็จในการ Spin-Off เอาลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อช่วงปลายปีก่อน จากกรณีบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ด้วยการระดมทุนกว่า 40,000 ล้านบาท...

สำนักข่าวรัชดา

หลังจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ประสบความสำเร็จในการ Spin-Off เอาลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อช่วงปลายปีก่อน จากกรณีบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ด้วยการระดมทุนกว่า 40,000 ล้านบาท…

ถือเป็นการ Spin-Off บริษัทลูกในกลุ่มแพ็กเกจจิ้ง ที่ทำให้ SCGP ได้เม็ดเงินมากว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งไปใช้สำหรับการลงทุน 27,000 ล้านบาท และไปใช้หนี้ 13,000 ล้านบาท ก็ทำให้ SCGP ตัวเบาขึ้น..!! D/E ลดลง จะไปกู้เงินดอกเบี้ยก็ต่ำลง ที่สำคัญ มีเม็ดเงินสดเยอะ จะไปขยายการลงทุนก็มีความคล่องตัว ไม่ต้องเป็นภาระแม่อีกต่อไป…

ขณะที่ SCC ในฐานะแม่ก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย..!!

จากความสำเร็จของลูกคนแรก…SCC ก็เตรียมส่งลูกคนที่สองกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ หรือปิโตรเคมี นั่นคือ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่นกัน

จุดที่น่าสนใจ ที่ผ่านมารายได้ดั้งเดิมของ SCC มาจากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แต่จะด้วยเทรนด์หรือไซเคิลของธุรกิจก็แล้วแต่ ทำให้ตอนนี้รายได้ธุรกิจเคมิคอลส์แซงหน้าธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างไปแล้ว…

เรียกว่า แม้จะมาทีหลัง แต่ก็ปังกว่าเห็น ๆ…

ทำให้ SCC มุ่งหวังให้ธุรกิจปิโตรเคมีเป็นเรือธงอีกลำหนึ่งที่จะหนุนการเติบโต..!?

แต่การลงทุนของธุรกิจกลุ่มนี้ใช้เม็ดเงินลงทุนสูง ครั้นจะอาศัยการกู้เงินแบงก์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และดอกเบี้ยสูงอีกต่างหาก ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจก็คือแตกลูกเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นการระดมทุนจากภาคประชาชน แทบไม่มีต้นทุน แถมเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

เฉกเช่นเดียวกันกับ SCGP ที่หลังจากระดมทุน มีหน้าตักเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ไม่มีต้นทุน ไว้ใช้สำหรับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นดีล M&A หรือ M&P ที่จะตามมาในอนาคต

กรณีของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ก็เช่นกัน ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ก็จะทำให้มีหน้าตักมากขึ้น ทำให้สถานะหนี้ลดลง จะไปลงทุนโครงการใหญ่อะไรก็ทำได้เลย

ถือเป็นการ “แตกเพื่อโต”..!! ซึ่งสุดท้ายห่วงโซ่สูงสุดก็จะกลับสู่ SCC นั่นเอง

ในระหว่างนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ก็อยู่ระหว่างการแต่งเนื้อแต่งตัว เพื่อเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดจะมีความชัดเจนในปี 2565

ขณะที่งบไตรมาส 1/2564 ของ SCC และ SCGP ก็ดีทั้งคู่…โดยตัวแม่โชว์กำไรสุทธิโตระเบิดระเบ้อที่ 14,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,971 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 122,066 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างทรงตัวอยู่ที่ 46,185 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจเคมิคอลส์ 51,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% และรายได้จากธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง 27,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%

ส่วนตัวลูก ก็ไม่น้อยหน้า โชว์กำไรสุทธิ 2,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,732 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่ 27,253 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร 22,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% และธุรกิจเยื่อและกระดาษ 4,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%

SCC และ SCGP จึงกลายเป็นคู่แม่ลูกสุดแซ่บ…ผลงานปังไปโดยปริยาย..!?

…อิ อิ อิ…