น้ำมันดิบปิดบวกหลังข้อมูลชี้อุปทานลดลง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข้อมูลที่บ่งชี้ว่า อุปทานน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลง ซึ่งรวมถึงสต็อกน้ำมันดิบและปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังช่วยหนุนแรงซื้อสัญญาน้ำมันดิบอย่างคึกคักด้วย

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 1.6% ปิด (24 ธ.ค.) ที่ 38.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 53 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 37.89 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงขานรับรายงานจากที่บ่งชี้ว่า อุปทานน้ำมันในสหรัฐเริ่มลดน้อยลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. ร่วงลง 5.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 484.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรล

ส่วนปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว เพิ่มขึ้น 3,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.179 ล้านบาร์เรล ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.6% สู่ระดับ 91.3% ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ด้านเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการแก่อุตสาหกรรมน้ำมันได้เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนลดลง 3 แท่น สู่ระดับ 538 แท่นในสัปดาห์นี้

 

*ตลาดน้ำมันนิวยอร์กจะปิดทำการในวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค.นี้ เนื่องในวันคริสต์มาส