ดอลล์ร่วงหลังนักลงทุนวิตกตลาดหุ้นจีนร่วงหนัก

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเมื่อเทียบสกุลเงินเยนและยูโรเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) หลังจากการเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นจีน ได้ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาต้องการสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโร (7 ม.ค.) แข็งค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0925 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.0793 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์ลดลงที่ 1.4617 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.4630 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 117.54 เยน จาก 118.43 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9933 ฟรังก์ จาก 1.0064 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7001 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7059 ดอลลาร์

ดอลลาร์ปรับตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่มีความปลอดภัย หลังจากดัชนีตลาดหุ้นจีนดิ่งลงไปกว่า 7% ในช่วงเช้าวานนี้ จนส่งผลให้ตลาดต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ และประกาศยุติการซื้อขายตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ที่จีนประกาศใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาด โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักนั้น มาจากการที่ธนาคารกลางจีนปรับลดค่ากลางเงินหยวนลงสู่ระดับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อวานนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ประกาศระงับการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ ซึ่งการประกาศระงับใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์มีขึ้น หลังจากที่เพิ่งมีการนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ในตลาดหุ้นจีนได้เพียง 4 วัน

นายเติ้ง เขอ โฆษก CSRC ระบุในแถลงการณ์ว่า “ด้วยเหตุที่ในขณะนี้ ผลกระทบเชิงลบของมาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์มีมากกว่าผลในเชิงบวก ทางคณะกรรมการฯ จึงตัดสินใจที่จะระงับการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาด”

ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นจีน ประกอบกับการอ่อนค่าลงของเงินหยวนในช่วงที่ผ่านมา ได้ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกได้ร่วงลงอย่างหนักและทำให้มีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่นๆ