หุ้นปันผลเด่น

ยามตลาดหุ้นสดใส “น้ำต้มผักยังว่าหวาน” จะหยิบจะจิ้มตัวไหนก็ดูดีไปหมด โดยเฉพาะบรรดาหุ้นพื้นฐานแกร่งในกลุ่ม SET50 และ SET100


ยามตลาดหุ้นสดใส น้ำต้มผักยังว่าหวาน จะหยิบจะจิ้มตัวไหนก็ดูดีไปหมด โดยเฉพาะบรรดาหุ้นพื้นฐานแกร่งในกลุ่ม SET50 และ SET100 ยิ่งถ้าเป็นหุ้นที่กำไรโตต่อเนื่อง กระแสเงินสดแน่น ปลอดหนี้ และจ่ายปันผลสม่ำเสมอด้วยแล้ว แบบนี้เข้าข่าย เสือนอนกิน เพราะนักลงทุนได้ทั้งลุ้นส่วนต่างราคาและรับเงินปันผลเข้าพอร์ต เปรียบเหมือนมีรายได้สองทางในตัวเดียวกันเจ้าค่ะ

แม้ว่า SET Index จะมีการพักตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,479.71 จุด ลบไป 14.20 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.05 หมื่นล้านบาท แต่ถ้ามองให้ทะลุเปลือก ก็เป็นเพียงแรงขายตามสัญญาณเทคนิคหลังเข้าสู่เขต Overbought เท่านั้นเอง เพราะดัชนีไต่ระดับขึ้นมาจากบริเวณ 1,235.30 จุด (13 ม.ค. 69) ก่อนจะมาทดสอบใกล้แนวต้านสำคัญ 1,500 จุด เท่ากับว่ารอบนี้วิ่งขึ้นมากว่า 264 จุด แบบ “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” สะสมพลังอย่างมีชั้นเชิง ไม่ได้พุ่งพรวดแบบไร้พื้นฐานแถมเป็นผลจากฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้ามาช่วยหนุนอีกด้วยเพคะ

ดังนั้น “โมนิก้า” มองว่า การย่อตัวรอบนี้ไม่ใช่สัญญาณถอย แต่เป็นจังหวะพักเหนื่อยเพื่อไปต่อ เพราะภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้นตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน และเงินทุนยังหมุนเวียนในตลาด หากจะหยิบหุ้นกลางที่ผลงานปี 2568 เติบโตแกร่ง กำไรทำสถิติใหม่ พร้อมจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นแบบจุ๊ก ๆ นั้น บอกเลยว่าเป็นกลุ่มที่ “ของมันต้องมี” ในพอร์ต เพราะนอกจากจะได้ลุ้น Capital Gain ตามรอบตลาดแล้ว ยังมีเงินปันผลเป็นเบาะรองรับความผันผวน เรียกว่า “กินยาว นอนหลับสบาย” ได้เลยเจ้าค่ะ

อย่างในรายของ NER ยังเป็นหุ้นปันผลตัวตึง เพราะให้ Dividend Yield แถว 6–7% ต่อปี ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลครึ่งหลังปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.26 บาท ขึ้น XD วันที่ 23 เม.ย. 2569 หลังโกยกำไรปี 2568 แตะ 1.88 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.04% จากปีก่อน เรียกว่า “กำไรโต ปันผลเด่น” ครบสูตร ขณะที่ปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายไว้ 3.20 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเน้นขยายตลาดอินเดีย  สะท้อนความมั่นใจในดีมานด์ แม้ราคาหุ้นปิดที่ 4.96 บาท ลบไป 0.34 บาท หรือลงไป 6.42% มูลค่าซื้อขาย 416 ล้านบาท  “โมนิก้า” มองเป็นแค่จังหวะพัก เพราะพื้นฐานยังแน่น ของดีแบบนี้มีติดพอร์ตไว้ก็อุ่นใจเจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับ GFPT  ที่ยังรักษาฟอร์มหุ้นปันผล ประกาศจ่ายครึ่งหลังปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท ขึ้น XD 4 มี.ค. 2569 หลังทำกำไรปี 2568 แตะ 2.44 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น  23.59% จากปีก่อน เรียกว่า “กำไรมา เงินปันผลมี” แบบนี้ต้องบอกว่า “ของมันกำลังขึ้นหม้อ” จริง ๆ แม้ราคาหุ้นปิดที่ 9.75 บาท ลบไป 0.35 บาท หรือลงไป 3.47% มูลค่าซื้อขาย 56 ล้านบาท แต่ “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะพักชั่วคราว เพราะปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายโต 2–3% ตามส่งออกที่คาดเพิ่มขึ้น เอาเป็นว่ามีติดพอร์ตไว้ไม่เสียหายเจ้าค่ะ

เหมือนกับรายของ ICHI ที่ยังคงความเป็นหุ้นปันผลสายแกร่ง ประกาศจ่ายครึ่งหลังปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท ขึ้น XD วันที่ 9 มี.ค. 2569 หลังโชว์กำไรปี 2568 แตะ 1.33 พันล้านบาท แบบนี้เรียกว่า กำไรเข้าเป้า เงินปันผลเข้าใจนักลงทุน ส่วนปี 2569 ผู้บริหารมั่นใจผลงานทำนิวไฮ เดินเกมรุกด้วยการบริหารพอร์ตสินค้าอย่างยืดหยุ่น พร้อมดันธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) โตอีก 20% สะท้อนภาพการขยายตัวที่ยังไม่หมดรอบ แม้ราคาหุ้นปิดที่ 15 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 0.66% มูลค่าซื้อขาย 118 ล้านบาท แต่ในสายตา “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะพักหายใจ เพราะพื้นฐานยังแน่น แผนโตชัด แบบนี้ใครมองยาวก็ยังน่าสนใจเจ้าค่ะ

ขณะที่รายของ TFG ก็เป็นหนึ่งใน “ตัวจิ๊ดปันผล”  โดยบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลจากครึ่งหลังปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท ขึ้น XD วันที่ 4 มี.ค. 2569 หลังจากกวาดกำไรปี 2568 กระฉูดแตะ 7,440.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.68% จากช่วงปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว แม้ราคาหุ้นย่อลงมาปิดที่ 5.75 บาท ลบไป 0.05 บาท หรือลงไป 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 122 ล้านบาท แต่ในมุมของ “โมนิก้า” มองว่าเป็นจังหวะพักตามจังหวะตลาดเท่านั้นเพคะ

ปิดท้ายรายของ  DMT ก็ไม่ยอมน้อยหน้า จัดเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 มี.ค. 2569 หลังผลงานปี 2568 โชว์กำไรสุทธิ 1.08 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 19.58% จากช่วงปีก่อน เรียกว่า “กำไรจุ๊ก ๆ แต่แจกปันผลจัดเต็ม” กันเลยทีเดียว! ส่วนปี 2569 เห็นภาพชัดว่า ยังลุยขยายธุรกิจเต็มพิกัด ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% พร้อมร่วมประมูลงานโครงการของภาครัฐ ขยายโอกาสโตไปพร้อม ๆ กับการฟื้นตัวของการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 11.30 บาท แม้จะมีปรับฐานบ้าง แต่ในมุมของ “โมนิก้า” ถือว่าของดีต้องเก็บเพื่อยาว ๆ เจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button