
“พบชัย” ชี้ดัชนี 1,500 จุด ระดับตึงตัว! ภาษีสหรัฐ 15% หนุนหุ้นส่งออก
“พบชัย” ประเมินตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตามปัจจัยภายนอก หลังสหรัฐขึ้นภาษี 15% แม้ต่ำกว่าเดิม 19% หนุนจิตวิทยาระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นส่งออกอาหาร-อิเล็กฯ แต่ยังเสี่ยงผันผวนถึงกลางปี ชี้ดัชนี 1,500 จุด มูลค่าตึงตัว แนะเทรดสั้นในกรอบ 1,475–1,520 จุด
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ และสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ยังคงเคลื่อนไหวภายใต้ปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐ ซึ่งล่าสุดมีการประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าแบบ Broad-based tariff ในอัตรา 15% ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สร้างทั้งโอกาสและความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย
นายพบชัย ระบุว่า แม้อัตราภาษีใหม่จะต่ำกว่าระดับเดิมที่ไทยเคยถูกเรียกเก็บในอัตรา 19% ทำให้ในเชิงตัวเลขถือว่าเป็นผลบวกเล็กน้อยต่อไทย โดยเฉพาะในมิติของต้นทุนภาษีที่ลดลง แต่ภาพรวมยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติม เช่น มาตรา 232 หรือมาตรา 301 ซึ่งอาจทำให้อัตราภาษีรวมขยับขึ้นไปใกล้ 20% หรือสูงกว่านั้น ส่งผลให้ผลกระทบสุดท้ายอาจไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก
ในมุมเศรษฐกิจ ประเมินว่าผลบวกต่อ GDP ไทยยังจำกัด เนื่องจากภาคส่งออกยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2% ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่กดดันมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับผลต่อตลาดหุ้น มองว่าการลดอัตราภาษีจาก 19% เหลือ 15% จะเป็นบวกเชิงจิตวิทยาในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก เช่น กลุ่มอาหาร และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากต้นทุนภาษีที่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณขายและอัตรากำไรมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษียังเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดมีโอกาสผันผวนต่อเนื่อง
นายพบชัยประเมินว่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทยอาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงกลางปี เนื่องจากมาตรการภาษีภายใต้มาตรา 122 ยังมีระยะเวลาอีกประมาณ 150 วัน ทำให้ตลาดยังต้องรอความชัดเจนของทิศทางนโยบายการค้าสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งหากรัฐบาลสามารถรวมเสียงได้ราว 300 เสียง จะถือว่ามีเสถียรภาพสูง และช่วยหนุน Sentiment การลงทุน รวมถึงเอื้อต่อการผลักดันมาตรการเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้มุมมองต่อไทยยังไม่ได้เป็นบวกมากนัก
สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทย พบชัยประเมินว่า บริเวณ 1,500 จุด ถือเป็นระดับที่มูลค่าค่อนข้างตึงตัว เนื่องจาก SET Index ซื้อขายที่ค่า P/E ประมาณ 16 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว
อย่างไรก็ตาม หากดัชนีสามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณดังกล่าวได้ มีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,510–1,520 จุด แต่หากไม่สามารถผ่านได้ อาจเห็นแรงขายทำกำไรระยะสั้นกดดันดัชนีลงมาบริเวณแนวรับ 1,475–1,467 จุด
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะเน้นเทรดดิ้งระยะสั้นตามกรอบ เนื่องจากตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ขณะที่กลุ่มหุ้นที่ยังได้อานิสงส์ในระยะสั้น ได้แก่ กลุ่มส่งออกอาหาร และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ปรับลดลง

