“บลจ.เกียรตินาคินภัทร” เปิดกอง KKP GIMPACT-H ขาย 29 ก.ค.-5 ส.ค.นี้

“บลจ.เกียรตินาคินภัทร” เปิดกอง KKP GIMPACT-H เน้นลงทุนหุ้นของกิจการทั่วโลกที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีระยะยาว เสนอขาย 29 ก.ค.-5 ส.ค.นี้


บลจ.เกียรตินาคินภัทร จับจังหวะเทรนด์การลงทุนอย่างยั่งยืน เสนอขายกองทุนเปิด KKP GIMPACT-H ครั้งแรก 29 ก.ค. – 5 ส.ค. 2564 เน้นลงทุนในหุ้นของกิจการทั่วโลกที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่นักลงทุนไทย โดยมีมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อเพียง 1,000 บาท

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นโลกผันผวนในระยะสั้น แต่ในภาพรวมยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสภาพคล่องสูงและมาตรการทางการเงินและการคลังที่ยังคงผ่อนคลาย จึงเป็นจังหวะดีสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในธีมการลงทุนที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในระยะยาวอย่างการลงทุนแนว Impact Investing จึงได้เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล อิมแพค เฮดจ์ (KKP GLOBAL IMPACT FUND – HEDGED: KKP GIMPACT-H)

ในช่วงนี้ตลาดหุ้นโลกมีความผันผวนจากการที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในหลายประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งหลังการกลับมาเปิดเมืองและใช้ชีวิตตามปกติในกลุ่มประเทศฝั่งตะวันตก รวมถึงการกระจายวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอในกลุ่มประเทศเอเชีย แม้ปัจจุบันอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในประเทศตะวันตกยังต่ำกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเพราะอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหากต้องประกาศปิดเมืองอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาดหุ้นโลกยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสภาพคล่องสูงและมาตรการทางการเงินและการคลังที่ยังคงผ่อนคลาย

ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้ความผันผวนในตลาดหุ้นโลกที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นนี้ เป็นจังหวะสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในธีมการลงทุนที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในระยะยาว อย่างเช่น การลงทุนแนว Impact investing ที่เน้นคัดเลือกการลงทุนในบริษัทที่ทั้งมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมั่นคงสม่ำเสมอ และยังมุ่งผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งย่อมจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มระยะยาวที่หลายประเทศจะให้ความสำคัญและจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนกลุ่มธุรกิจเหล่านี้” นายยุทธพล กล่าว

โดยกองทุน KKP GIMPACT-H เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวคือ Wellington Global Impact Fund ที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก (Active Management) โดยเน้นคัดเลือกหุ้นของบริษัทที่มีเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Impact Investing) ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี โดยมีการกระจายการลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลกระทบด้านบวกทั้งหมด 3 ธีมการลงทุน  ได้แก่

  1. สินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (Life Essentials) ประกอบด้วย การสร้างบ้านพักอาศัยในราคาเข้าถึงได้ การจัดการน้ำ การพัฒนาด้านการเกษตร และการพัฒนาด้านการแพทย์
  2. สินค้าและบริการที่ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างทักษะของผู้คน (Human Empowerment) ประกอบด้วย การสร้างความปลอดภัยในชีวิต การให้การศึกษาและสร้างทักษะอาชีพ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี และการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน
  3. สินค้าและบริการที่ช่วยสิ่งแวดล้อม (Environment) ประกอบด้วย พลังงานสะอาด การส่งเสริมใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีความโดดเด่นด้วยบุคลากรที่มากด้วยประสบการณ์ อีกทั้งมีการกำหนดธีมการลงทุนอย่างครอบคลุมและมีกระบวนการคัดเลือกบริษัทที่สร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจน โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการลงทุนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถมาพร้อมกับโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีได้

อนึ่ง กองทุน KKP GIMPACT-H ได้รับการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ลงทุน

Back to top button