
“พรินซิเพิล” ชี้ช่องลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” รับอานิสงส์ Sanaenomics ชู PRINCIPAL JEQ เด่น
“บลจ. พรินซิเพิล” ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าลงทุน รับอานิสงส์เศรษฐกิจพ้นเงินฝืดและนโยบาย Sanaenomics ดันกำไรบริษัทพุ่ง แนะนำกองทุน PRINCIPAL JEQ เน้นหุ้นคุณค่าพื้นฐานแกร่งเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ ได้แก่
ประการแรก ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงมีมูลค่าการซื้อหุ้นคืนที่ทำสถิติสูงสุดใหม่
ประการที่สอง การสิ้นสุดของภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลให้บริษัทต่างๆ มีความสามารถในการตั้งราคาสินค้าและบริการได้เพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของกำไรและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อีกทั้งยังผลักดันให้ตลาดหุ้นกลับมาเติบโต นอกจากนี้ พื้นฐานของบริษัทในญี่ปุ่นยังมีความแข็งแกร่งกว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งสะท้อนจากการเติบโตของอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS Growth) และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่เติบโตอย่างชัดเจน
ประการที่สาม มูลค่าหุ้น (Valuation) ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งสะท้อนว่าราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น (Upside) ได้อีกในระยะยาว ขณะที่คาดการณ์กำไรต่อหุ้นล่วงหน้าใน 12 เดือนข้างหน้า (Forward EPS Growth) ยังคงสูงกว่าของสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่มีการใช้นโยบาย Abenomics และมีการเติบโตของเงินปันผลในระดับที่ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ
ประการสุดท้าย นโยบาย Sanaenomics ถือเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ โดยรัฐบาลภายใต้การนำของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ใน 17 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว นอกจากนี้ เม็ดเงินออมจำนวนมากจากภาคครัวเรือนกำลังไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นผ่านนโยบาย NISA ที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนเงินออมเป็นเงินลงทุน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อขับเคลื่อนทั้งตลาดหุ้นและเศรษฐกิจญี่ปุ่น
นายจุมพล กล่าวต่อว่า ทางบริษัทจึงแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นผ่าน กองทุนเปิด “พรินซิเพิล เจแปนนิส อิควิตี้” หรือ Principal Japanese Equity Fund (PRINCIPAL JEQ) ซึ่งปัจจุบันมีนโยบายเข้าลงทุนในกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองทุนเดียว คือ DWS Concept Nissay Japan Value Equity (สกุลเงิน JPY) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
จุดเด่นของกองทุนหลักคือ การเลือกลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นคุณภาพสูงที่กระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเน้นที่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ เภสัชกรรม และภาคอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก (Small & Mid Cap) ที่ตลาดยังมองข้าม แต่มีโอกาสเข้าถึงผู้บริหารของบริษัทได้โดยตรง กองทุนนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง DWS Investment ซึ่งทำหน้าที่เป็นบริษัทจัดการกองทุน และ Nippon Life Asset Management (แกนหลักของ Nippon Life Group) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บริหารพอร์ตการลงทุนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดหุ้นญี่ปุ่น
กระบวนการลงทุนของกองทุนหลักมีความแข็งแกร่ง โดยเน้นคัดเลือกหุ้นผ่านการวิเคราะห์เชิงลึกเป็นรายบริษัท (Bottom-up) ควบคู่กับการมองแนวโน้มในอนาคต (Forward-looking) และบริหารพอร์ตแบบเชิงรุก (Active) เพื่อกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำการคัดกรองจากกว่า 4,000 บริษัทให้เหลือเพียง 60-100 บริษัท เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว และจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) ที่มีพื้นฐานดีแต่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยืดหยุ่นในทุกสภาวะตลาด
กลยุทธ์การลงทุนของ Nippon Life Asset Management จะให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากกระแสเงินสดต่อการลงทุน (CFROI) เป็นตัวชี้วัดหลัก เพื่อดูคุณภาพและทิศทางของกระแสเงินสดในอนาคต โดยมุ่งเน้นมุมมองระยะยาวในการประเมินมูลค่าบริษัทล่วงหน้า 5 ปี ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 และผ่านทุกวัฏจักรตลาดมาแล้ว สำหรับผลตอบแทนย้อนหลัง (ข้อมูลอ้างอิงจาก Bloomberg และ Nippon Life Asset Management ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) พบว่าผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี อยู่ที่ร้อยละ 29.8 ต่อปี, ร้อยละ 25.1 ต่อปี และร้อยละ 16.5 ต่อปี ตามลำดับ เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดที่ให้ผลตอบแทนร้อยละ 34 ต่อปี, ร้อยละ 23.3 ต่อปี และร้อยละ 15.1 ต่อปี ตามลำดับ
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด รวมถึงธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หรือสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-686-9500 และเว็บไซต์ www.principal.th นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถเปิดบัญชีและทำรายการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน Principal TH Mobile App ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งบน App Store และ Google Play

