KAsset ปรับเกมลงทุนสู่ยุค AI รีแบรนด์ K-HIT สู่ K-GNEXT

KAsset ชี้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก เดินหน้าปรับกลยุทธ์ลงทุนครั้งใหญ่ เปลี่ยนกองทุน K-HIT เป็น “K-GNEXT” เน้นคัดหุ้นผู้นำโลกแบบ High Conviction รับเทรนด์ New Economy ครอบคลุมกลุ่ม AI, Semiconductor, E-Commerce, Fintech และ Biotech หวังสร้างการเติบโตระยะยาวให้นักลงทุน


บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ KAsset ระบุว่า ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลก ไม่ใช่เพียงกระแสหรือเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป โดยข้อมูลจาก Forbes ระบุว่า ธุรกิจกว่า 75% เริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในการดำเนินงาน และคาดว่ามูลค่าตลาด AI ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ทำให้รูปแบบการลงทุนเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
KAsset จึงปรับกลยุทธ์การลงทุนครั้งสำคัญ ด้วยการเปลี่ยนชื่อกองทุน K-HIT เดิม เป็น “K-GNEXT” เพื่อยกระดับพอร์ตการลงทุนให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเน้นการลงทุนในบริษัทระดับโลกที่มีศักยภาพเติบโตสูงจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมปรับกองทุนหลักไปลงทุนใน Capital Group New Economy Fund ซึ่งใช้กลยุทธ์แบบ High Conviction หรือการคัดเลือกหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูง และให้น้ำหนักกับบริษัทผู้นำที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตระยะยาว
ทั้งนี้ K-GNEXT มีจุดเด่นสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูง การคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-Up ที่เปิดกว้างไม่ยึดติดกับธีมการลงทุนใดธีมหนึ่ง และการบริหารพอร์ตแบบ Multi-Manager System ที่เปิดโอกาสให้ผู้จัดการกองทุนหลายคนร่วมบริหารพอร์ต เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนและกระจายความเสี่ยงผ่านมุมมองที่หลากหลาย ขณะเดียวกันยังสามารถลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
KAsset ระบุว่า แนวทางการลงทุนดังกล่าวทำให้กองทุนสามารถเข้าถึงบริษัทชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Semiconductor กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างการบิน อวกาศ และรถยนต์ไร้คนขับ กลุ่ม E-Commerce และ Fintech รวมถึงกลุ่ม Healthcare และ Biotech ที่พัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคแบบแม่นยำ โดยกองทุน K-GNEXT เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นเติบโตระดับโลก และสามารถถือครองการลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของเศรษฐกิจยุคใหม่ในระยะยาว

Back to top button