LH Fund จัดพอร์ตลงทุนโลก เปิดเกมรุก AI-Defense-Solar ผ่าน “LH Fund Selection”

LH Fund เปิดกลยุทธ์ “LH Fund Selection” จัดพอร์ตลงทุนแบบผสม เน้นสร้างการเติบโตและความมั่นคงระยะยาว ผ่าน Core Portfolio 80% ลงทุนหุ้นโลก-ตราสารหนี้คุณภาพ พร้อมเสริมโอกาสทำกำไรจากธีมเด่นทั่วโลก ทั้ง AI อวกาศ กลาโหม พลังงานสะอาด และหุ้นจีน ผ่าน Satellite Portfolio อีก 20%


บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LH Fund ระบุว่า LH Fund ได้เปิดแนวทางจัดพอร์ตลงทุนภายใต้ “LH Fund Selection” มุ่งสร้างการเติบโตและความมั่นคงในระยะยาว ผ่านการกระจายการลงทุนทั้งในกองทุนหลัก (Core Portfolio) และกองทุนเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนและภูมิภาคที่มีศักยภาพทั่วโลก

สำหรับ Core Portfolio สัดส่วน 80% ของพอร์ต มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อสร้างเสถียรภาพและผลตอบแทนระยะยาว ประกอบด้วยกองทุน LHGALPHA กองทุนหุ้นโลก (Global Equity) ที่ลงทุนใน Fullerton Lux Funds – Global Absolute Alpha เพื่อสร้างผลตอบแทนแบบ Absolute Alpha และกองทุน LHGIGO ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลก ผ่าน Man Global Investment Grade Opportunities ซึ่งเน้นคัดเลือกหุ้นกู้เอกชนคุณภาพสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ Satellite Portfolio สัดส่วน 20% ของพอร์ต จะเน้นเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนที่น่าสนใจทั่วโลก ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Contrarian Strategy, Momentum Strategy และ Medium-Term Strategy ในกลุ่ม Contrarian Strategy ประกอบด้วยกองทุน LHGDEFENSE ที่ลงทุนในอุตสาหกรรม Defense Tech และกองทุน LHSOLAR ที่ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco Solar ETF (TAN) เพื่อรับโอกาสจากธุรกิจพลังงานสะอาด

ส่วน Momentum Strategy เน้นการลงทุนตามแนวโน้มการเติบโตของโลกอนาคต ผ่านกองทุน LHSPACE ลงทุนใน Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund และกองทุน LHGAS ที่ลงทุนใน First Trust Natural Gas ETF (FCG) ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

ขณะที่ Medium-Term Strategy เน้นการลงทุนในธีมเทคโนโลยีและภูมิภาคที่มีโอกาสฟื้นตัว ประกอบด้วยกองทุน LHAI ที่ลงทุนใน Roundhill Generative AI & Technology ETF และกองทุน LHCHINA ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนผ่าน iShares Core MSCI China ETF และ iShares MSCI China ETF

LH Fund ระบุอีกว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาปิดบวกได้ในช่วงท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา หลัง Bond Yield เริ่มปรับตัวลง ช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยแรงซื้อเริ่มกระจายไปยัง Small Caps และ Value Stocks มากขึ้น ขณะที่ หุ้นเทคโนโลยียังผันผวน โดยเฉพาะ NVIDIA ที่แม้รายงานงบแข็งแกร่งกว่าคาด แต่ราคาหุ้นอ่อนตัวสะท้อนภาวะ Sell-the-news

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังสะท้อน Momentum ที่แข็งแกร่ง โดย Initial Jobless Claims ออกมาดีกว่าคาด และ GDP Now ของ Atlanta Fed ปรับประมาณการ GDP ขึ้นสู่ +4.26% สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี แม้ตลาดยังต้องติดตามแรงกดดันจากเงินเฟ้อและท่าทีของ Fed ในระยะสั้น ตลาดอาจเห็นการปรับ Position เพิ่มเติมก่อนเข้าสู่ช่วง Long Weekend โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์อิหร่าน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังเป็น Selective Risk-on โดยหุ้นที่มีกำไรแข็งแกร่ง กระแสเงินสดชัดเจน และมีธีมการเติบโตเชิงโครงสร้างรองรับ เช่น AI Infrastructure ยังมีโอกาสได้รับ Premium จากตลาดต่อเนื่อง

เรามองว่า แม้ตลาดสหรัฐฯ ยังมี Momentum จาก Earnings แต่ความผันผวนของหุ้นกลุ่ม Tech หลังงบ NVIDIA และความเสี่ยงด้าน Bond Yield รวมถึง Geopolitics สะท้อนว่า กลยุทธ์ควรยังเป็นแบบ Selective Investment โดยเน้นจัดพอร์ตสมดุลระหว่าง Core Portfolio และ Satellite Portfolio

Back to top button