
“ทองคำ” ร่วงหนัก! หวั่นข้อพิพาท “สหรัฐ-อิหร่าน” หนุนเฟดคงดอกเบี้ย
“ราคาทองคำ” ปรับตัวลดลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่หนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ผสานกับการจับตารายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำ (Spot Gold) ปรับตัวลดลง 0.4% สู่ระดับ 4,438.92 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าลดลง 0.3% สู่ระดับ 4,467.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 4,400-4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
ขณะที่ บริษัท วายแอลจี บลูเลียน จำกัด หรือ YLG เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลงหลุดระดับ 4,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้เกิดการร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าชุดการปรับตัวลงในช่วงก่อนหน้ายังไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ดี หากการดีดตัวของราคายังไม่สามารถทะลุผ่านกรอบ 4,444-4,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ ยังมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงทดสอบแนวรับอีกครั้ง ในทางกลับกัน หากราคาสามารถทะลุผ่าน 4,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มุมมองเชิงลบจะลดลง และหากเริ่มทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น (Higher Low) จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารอบการปรับตัวลงได้สิ้นสุดแล้ว ทาง YLG จึงให้กลยุทธ์การลงทุนโดยแนะนำเปิดสถานะขาย หากราคาไม่ผ่าน 4,444-4,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 4,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และให้ทยอยซื้อคืนหากราคาไม่หลุด 4,401 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดระดับ 4,401 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการซื้อคืนเพื่อรอประเมินที่แนวรับถัดไป
สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดให้ความสำคัญ หลังมีรายงานการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีความเปราะบางอยู่แล้วเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานที่อ้างอิงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ และการโจมตีดังกล่าวเป็นการดำเนินการในลักษณะ “ป้องกันตนเอง” ขณะที่ราคาน้ำมันได้ฟื้นตัวกลับมาพุ่งขึ้นสูงสุดราว 2% ในวันนี้ ชดเชยการร่วงลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ HSH ประเมินว่า ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากดัชนีดอลลาร์ (DXY) ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผสานกับความเสี่ยงจากภาวะสงคราม เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อาจกลายเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ โดยราคายังคงปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,465 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ HSH ประเมินว่าทองคำอาจมีการฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น หากสามารถทดสอบและยืนหยัดรักษาแนวรับที่ 4,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็มีโอกาสที่ทองโลกจะทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) ต่อไป
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า มีกรอบข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 30 วัน รวมถึงปฏิเสธแนวคิดที่ว่าอิหร่านและโอมานจะร่วมกันควบคุมเส้นทางเดินเรือดังกล่าว สอดคล้องกับแถลงการณ์ของทำเนียบขาวที่ยืนยันว่า รายงานของสื่ออิหร่านเกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลนั้น ไม่เป็นความจริงและเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งหมด แม้ปัจจุบันการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณการสัญจรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามอย่างมาก
นอกเหนือจากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนยังรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายนในวันนี้ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญและมีผลต่อแนวโน้มการกำหนดอัตราดอกเบี้ย โดยความกังวลที่ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่าน อาจทำให้เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย หรืออาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ได้ส่งผลกดดันราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มักให้ผลตอบแทนไม่ดีนักในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิสได้กล่าวระบุว่า แม้ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ช่วงเวลาที่เฟดจะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย แต่เฟดจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่กำลังก่อตัวขึ้น ขณะที่ กองทุน SPDR (SPDR) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำรายใหญ่ ยังคงถือครองทองคำในระดับเท่าเดิม

