KTB เตือนเงินบาทผันผวนสูง ลุ้นผลเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน จับตาทะลุ 33 บาท

KTB ประเมินค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจน ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง พร้อมเตือนหากการเจรจาหยุดยิงล้มเหลว เงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังคงเผชิญความผันผวนสูง โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 4.50% อีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีโอกาสราว 69% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังคงมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม มองว่าระดับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่สูงกว่า 4.50% เริ่มมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุน และยังสามารถรองรับกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับ 5.00% ได้ จึงยังคงคำแนะนำให้ทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว ทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และไทย

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายในช่วงไตรมาส 2 และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง FED มีแนวโน้ม “คงดอกเบี้ย” ในปี 2026 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2027 ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดปีนี้และปีหน้า

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่ายังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way Risk ในระยะสั้น โดยปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่ความชัดเจนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ ประเมินว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอติดตามผลการเจรจาอย่างใกล้ชิด ก่อนปรับสถานะการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับตลาดยังไม่มีการรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เพิ่มเติม ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยมีแนวรับแรกที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านที่ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่กรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันอาจกว้างราว 20-30 สตางค์

นอกจากนี้ หากการเจรจาหยุดยิงมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าทดสอบระดับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ได้ แต่หากการเจรจายังไร้ความคืบหน้า หรือเกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม เงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสทดสอบระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน ระบุเพิ่มเติมว่า ตลาดยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเงินเยนอ่อนค่าทดสอบระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง อาจเพิ่มโอกาสที่ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะเข้าดูแลค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้นในระยะสั้น

ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ย้ำว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่สามารถขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ทำให้เงินบาทและสินทรัพย์การเงินต่างๆ ยังเผชิญความผันผวนสูงกว่าปกติ ผู้เล่นในตลาดจึงควรใช้การวิเคราะห์แบบ Scenario Analysis ควบคู่กับกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

แม้เงินบาทอาจมีจังหวะแข็งค่าขึ้นได้บ้างในระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนมุมมองว่าเงินบาทอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่า” หรืออย่างน้อยยังแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์

Back to top button